
สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล
ตู้สแตนเลส หรือ ตู้ไฟสแตนเลส คือ ตู้ที่ผลิตจากวัสดุ สแตนเลส 304 ซึ่งเป็นสแตนเลสเกรดที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี ตัวตู้มีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP55-IP66 การใช้สแตนเลส 304/316L ทำให้ตู้ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี, ความชื้น, หรือสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรงและทนทานต่อการกระแทก เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม
ทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิม เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือการสัมผัสกับสารเคมี เนื่องจากผลิตจาก สแตนเลส 304 /316L ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านทานการกัดกร่อนและการเกิดสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัสดุคุณภาพสูง: ใช้ สแตนเลส 304 ซึ่งทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำ, ความชื้น, และสารเคมีต่างๆ เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอกอาคารหรือตามพื้นที่ที่มีการสัมผัสกับอากาศและน้ำ เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอก: เนื่องจากวัสดุมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงเหมาะกับการติดตั้งในสถานีไฟฟ้า, โรงงาน, หรือตามพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันจากฝุ่นและน้ำ การเลือกใช้ตู้กันน้ำ IP55-66 จะช่วยให้คุณมั่นใจในความทนทานและประสิทธิภาพในการปกป้องอุปกรณ์จากสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
| รหัส (No.) | ขนาดภายนอก W x H x D (mm.) | ขนาดแผ่นเพลท (mm.) | รุ่นมาตรฐาน (SA-72) | รุ่นหลังคาเชื่อม (SB-73) | รุ่นหลังคาสโลป (SC-74) |
| 01 | 200 x 300 x 150 | 150 x 240 | 5,000 | 5,400 | 6,380 |
| 02 | 280 x 350 x 150 | 230 x 290 | 5,700 | 6,100 | 7,080 |
| 03 | 300 x 450 x 150 | 250 x 390 | 6,400 | 6,800 | 7,780 |
| 04 | 350 x 450 x 150 | 300 x 390 | 7,100 | 7,500 | 8,600 |
| 05 | 300 x 450 x 200 | 250 x 390 | 7,200 | 7,690 | 8,700 |
| 06 | 350 x 450 x 200 | 300 x 390 | 7,900 | 8,300 | 8,960 |
| 07 | 350 x 500 x 200 | 300 x 440 | 8,500 | 8,920 | 9,350 |
| 08 | 400 x 500 x 200 | 350 x 400 | 9,100 | 9,990 | 11,300 |
| 09 | 450 x 600 x 200 | 400 x 540 | 10,100 | 11,000 | 12,150 |
| 10 | 450 x 600 x 250 | 400 x 540 | 10,480 | 12,900 | 13,500 |
| 11 | 500 x 600 x 200 | 450 x 540 | 11,150 | 13,500 | 14,800 |
| 12 | 500 x 600 x 250 | 450 x 540 | 12,400 | 14,430 | 15,330 |
| 13 | 550 x 700 x 250 | 500 x 640 | 13,590 | 16,000 | 16,800 |
| 14 | 600 x 800 x 250 | 550 x 740 | 15,300 | 17,250 | 18,450 |
| 15 | 600 x 900 x 250 | 550 x 840 | 17,000 | 18,725 | 19,500 |
| 16 | 600 x 1100 x 250 | – | Contact | Contact | Contact |
สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะ ดังนี้:ขนาดของตู้: ขนาดตู้ Stainless 304 และ 316จะขึ้นอยู่กับการใช้งานและจำนวนอุปกรณ์ที่จะติดตั้งภายใน ตัวอย่างเช่น ตู้ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในพื้นที่จำกัด หรือขนาดใหญ่สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและป้องกันความเสียหายจากการจัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสม.รูปแบบการสั่งผลิต: การปรับแต่งรูปแบบ เช่น รูปแบบหลังคา (เช่น หลังคาสโลป), ประเภทการป้องกัน (IP55, IP66 หรือสูงกว่า), และ วัสดุที่ใช้ (เช่น สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L) จะส่งผลต่อราคาของตู้. หากต้องการฟังก์ชันพิเศษ เช่น ช่องระบายอากาศ, ระบบล็อค หรือการเคลือบผิวป้องกันพิเศษ ราคาก็อาจเพิ่มขึ้นตามคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามา ราคาขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นสแตนเลสความหนาของแผ่นสแตนเลสที่ใช้ในการผลิตตู้ เช่น 0.8mm, 1.2mm, 1.5mm หรือ 2mm จะส่งผลต่อราคา เนื่องจากแผ่นสแตนเลสที่มีความหนามากขึ้นมักจะมีราคาสูงกว่า แต่ให้ความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น
การวัดขนาดของตู้สแตนเลส (Diameter)
การวัดขนาดอย่างละเอียดจะช่วยให้การติดตั้งและการใช้งานตู้ไฟฟ้าสแตนเลสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับอุปกรณ์หรือการใช้งานต่างๆ ได้อย่างพอดีและปลอดภัย.
ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการผลิตและการออกแบบตู้ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:ขนาด: ขนาดของตู้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคา ตู้ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ภายในมากขึ้นจะใช้วัสดุมากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงกว่า ตู้ขนาดเล็กที่ใช้วัสดุน้อยลงรูปแบบการออกแบบ: รูปแบบการออกแบบ เช่น การเพิ่มหลังคาสโลป, การใช้ประตูแบบ 2 ชั้น, หรือการออกแบบพิเศษที่รองรับฟังก์ชันพิเศษ เช่น ช่องระบายอากาศหรือระบบล็อค จะทำให้ราคาสูงขึ้นตามลักษณะการปรับแต่งวัสดุที่ใช้: วัสดุที่เลือกใช้ในการผลิตตู้มีผลต่อราคามาก โดยวัสดุสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนและการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงจะมีราคาสูงกว่าเกรดอื่น ๆ นอกจากนี้ ความหนาของแผ่นสแตนเลสก็มีผลต่อราคาเช่นกัน หากเลือกวัสดุหนาหรือพิเศษเพื่อความทนทานก็จะมีราคาแพงขึ้นการปรับแต่งคุณสมบัติพิเศษ: ฟังก์ชันพิเศษที่เพิ่มเข้ามา เช่น ระบบซีลกันน้ำ, ช่องระบายอากาศ, หรือการเคลือบผิวพิเศษเพื่อป้องกันสารเคมีหรือความร้อน จะส่งผลให้ราคาสูงขึ้นตามลำดับ จำนวนการผลิต: การสั่งผลิตจำนวนมากอาจช่วยลดต้นทุนการผลิตแต่ละชิ้นได้ เนื่องจากมีการใช้เครื่องมือและทรัพยากรที่คุ้มค่ากว่าในการผลิตจำนวนมาก แต่การผลิตแบบสั่งทำหรือผลิตเป็นชิ้น ๆ อาจมีราคาสูงกว่า
การ สั่งผลิตตู้ไฟฟ้าตามแบบ ช่วยให้ได้ตู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเลือกคุณสมบัติและฟังก์ชันที่ต้องการได้ดังนี้:
การสั่งผลิตตู้ไฟฟ้าตามแบบนี้จะช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน ทำให้การติดตั้งและการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย.
การผลิตตู้ไฟฟ้าและตู้ควบคุมไฟฟ้า เพื่อป้องกันอุปกรณ์ภายในจาก ฝุ่น, น้ำ, และสารเคมี เป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง โดยสามารถปรับแต่งคุณสมบัติของตู้เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะและสภาพแวดล้อมที่ใช้งานได้ดังนี้:
ในการควบคุมและป้องกันระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น น้ำ, ฝุ่น, และสารเคมี ตัวตู้ไฟฟ้าสแตนเลสจะช่วยปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้ได้ดี ประโยชน์หลักของตู้ไฟฟ้าสแตนเลสในงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรม:การป้องกันการกัดกร่อน: สแตนเลสมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำและสารเคมี จึงเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือสารเคมีการป้องกันฝุ่นและน้ำ: ด้วยการปิดผนึกที่ได้มาตรฐาน IP55/IP66 ทำให้ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำจากการเข้าถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพการปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้า: ช่วยป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์จากความเสียหายที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงการติดตั้งและควบคุมที่ง่าย: ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบระบบไฟฟ้าได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม
ความทนทานและอายุการใช้งานยาวนาน: เนื่องจากวัสดุสแตนเลสมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและการเสื่อมสภาพจากการใช้งานที่ยาวนาน
ใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความทนทานสูงต่อการกัดกร่อน น้ำ และสารเคมี โดยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ดังนี้:
1. สแตนเลสเกรด 304
2. สแตนเลสเกรด 316