สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

ตู้สแตนเลส Stainless box

ตู้สแตนเลส หรือ ตู้ไฟสแตนเลส คือ ตู้ที่ผลิตจากวัสดุ สแตนเลส 304 ซึ่งเป็นสแตนเลสเกรดที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิมสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี ตัวตู้มีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP55-IP66 การใช้สแตนเลส 304/316L ทำให้ตู้ทนต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี, ความชื้น, หรือสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงสูง นอกจากนี้ยังมีความแข็งแรงและทนทานต่อการกระแทก เหมาะสำหรับการใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม

"ตู้สแตนเลส Stainless box IP55-IP66 "

จำหน่ายตู้สแตนเลส 304 และ 316L มาตรฐานกันน้ำ IP55-66

ทนทานต่อการกัดกร่อนและสนิม เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือการสัมผัสกับสารเคมี เนื่องจากผลิตจาก สแตนเลส 304 /316L ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านทานการกัดกร่อนและการเกิดสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัสดุคุณภาพสูง: ใช้ สแตนเลส 304 ซึ่งทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำ, ความชื้น, และสารเคมีต่างๆ เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอกอาคารหรือตามพื้นที่ที่มีการสัมผัสกับอากาศและน้ำ เหมาะสำหรับการใช้งานภายนอก: เนื่องจากวัสดุมีความทนทานต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง จึงเหมาะกับการติดตั้งในสถานีไฟฟ้า, โรงงาน, หรือตามพื้นที่ที่ต้องการการป้องกันจากฝุ่นและน้ำ การเลือกใช้ตู้กันน้ำ IP55-66 จะช่วยให้คุณมั่นใจในความทนทานและประสิทธิภาพในการปกป้องอุปกรณ์จากสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

รหัส (No.)ขนาดภายนอก W x H x D (mm.)ขนาดแผ่นเพลท (mm.)รุ่นมาตรฐาน (SA-72)รุ่นหลังคาเชื่อม (SB-73)รุ่นหลังคาสโลป (SC-74)
01200 x 300 x 150150 x 2405,0005,4006,380
02280 x 350 x 150230 x 2905,7006,1007,080
03300 x 450 x 150250 x 3906,4006,8007,780
04350 x 450 x 150300 x 3907,1007,5008,600
05300 x 450 x 200250 x 3907,2007,6908,700
06350 x 450 x 200300 x 3907,9008,3008,960
07350 x 500 x 200300 x 4408,5008,9209,350
08400 x 500 x 200350 x 4009,1009,99011,300
09450 x 600 x 200400 x 54010,10011,00012,150
10450 x 600 x 250400 x 54010,48012,90013,500
11500 x 600 x 200450 x 54011,15013,50014,800
12500 x 600 x 250450 x 54012,40014,43015,330
13550 x 700 x 250500 x 64013,59016,00016,800
14600 x 800 x 250550 x 74015,30017,25018,450
15600 x 900 x 250550 x 84017,00018,72519,500
16600 x 1100 x 250ContactContactContact

ขนาดตู้สแตนเลสและราคาขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบการสั่งผลิต

สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะ ดังนี้:ขนาดของตู้: ขนาดตู้ Stainless 304 และ 316จะขึ้นอยู่กับการใช้งานและจำนวนอุปกรณ์ที่จะติดตั้งภายใน ตัวอย่างเช่น ตู้ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในพื้นที่จำกัด หรือขนาดใหญ่สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและป้องกันความเสียหายจากการจัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสม.รูปแบบการสั่งผลิต: การปรับแต่งรูปแบบ เช่น รูปแบบหลังคา (เช่น หลังคาสโลป), ประเภทการป้องกัน (IP55, IP66 หรือสูงกว่า), และ วัสดุที่ใช้ (เช่น สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L) จะส่งผลต่อราคาของตู้. หากต้องการฟังก์ชันพิเศษ เช่น ช่องระบายอากาศ, ระบบล็อค หรือการเคลือบผิวป้องกันพิเศษ ราคาก็อาจเพิ่มขึ้นตามคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามา ราคาขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นสแตนเลสความหนาของแผ่นสแตนเลสที่ใช้ในการผลิตตู้ เช่น 0.8mm, 1.2mm, 1.5mm หรือ 2mm จะส่งผลต่อราคา เนื่องจากแผ่นสแตนเลสที่มีความหนามากขึ้นมักจะมีราคาสูงกว่า แต่ให้ความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น

ขนาดของรูสำหรับใส่สายไฟ (Cable Range or Entry hole)

การวัดขนาดของตู้สแตนเลส (Diameter)

การวัดขนาดอย่างละเอียดจะช่วยให้การติดตั้งและการใช้งานตู้ไฟฟ้าสแตนเลสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับอุปกรณ์หรือการใช้งานต่างๆ ได้อย่างพอดีและปลอดภัย.

  • ความกว้าง (Width): วัดจากขอบด้านหน้าไปยังขอบด้านหลังของตู้ (จากด้านหน้าไปด้านหลัง)
  • ความสูง (Height): วัดจากพื้นถึงยอดของตู้ (จากล่างสุดไปด้านบนสุด)
  • ความลึก (Depth): วัดจากด้านหน้าของตู้ถึงด้านหลัง (มักจะใช้เมื่อต้องการตรวจสอบความลึกของช่องภายในตู้
  • ขนาดของช่องเปิด (Door Opening Size): หากต้องการทราบขนาดของช่องที่เปิดปิดได้ ควรวัดจากขอบบานประตูด้านหนึ่งถึงขอบอีกด้าน
  • ขนาดของแผงภายใน: หากต้องการติดตั้งอุปกรณ์ภายในตู้ ควรตรวจสอบพื้นที่การติดตั้งโดยการวัดช่องว่างระหว่างแผงหรือชั้นภายในตู้
  • ปรับแต่งขนาดและรูปทรง: ภาพแสดงให้เห็นว่าตู้ Stainless สามารถปรับเปลี่ยนขนาดและรูปทรงได้ตามต้องการ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งาน
  • เลือกวัสดุ: สามารถเลือกวัสดุที่ใช้ผลิตตู้ไฟฟ้าได้ เช่น สแตนเลสเกรดต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการใช้งาน
  • เลือกประเภทของบานประตู: สามารถเลือกประเภทของบานประตูได้ เช่น บานประตูทึบ บานประตูที่มีช่องระบายอากาศ หรือบานประตูที่มีหน้าต่าง
  • เลือกอุปกรณ์เสริม: สามารถเลือกอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้ เช่น กุญแจ มือจับ บานพับ หรือชั้นวางของ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
  • เลือกสี: สามารถเลือกสีได้ตามต้องการ เพื่อให้เข้ากับการตกแต่ง
  • เลือกตำแหน่งและขนาดของรูเจาะ: สามารถกำหนดตำแหน่งและขนาดของรูเจาะสำหรับเดินสายไฟหรือติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้

ราคาตู้สแตนเลสจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด, รูปแบบ, วัสดุที่ใช้

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการผลิตและการออกแบบตู้ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:ขนาด: ขนาดของตู้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคา ตู้ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ภายในมากขึ้นจะใช้วัสดุมากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงกว่า ตู้ขนาดเล็กที่ใช้วัสดุน้อยลงรูปแบบการออกแบบ: รูปแบบการออกแบบ เช่น การเพิ่มหลังคาสโลป, การใช้ประตูแบบ 2 ชั้น, หรือการออกแบบพิเศษที่รองรับฟังก์ชันพิเศษ เช่น ช่องระบายอากาศหรือระบบล็อค จะทำให้ราคาสูงขึ้นตามลักษณะการปรับแต่งวัสดุที่ใช้: วัสดุที่เลือกใช้ในการผลิตตู้มีผลต่อราคามาก โดยวัสดุสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนและการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงจะมีราคาสูงกว่าเกรดอื่น ๆ นอกจากนี้ ความหนาของแผ่นสแตนเลสก็มีผลต่อราคาเช่นกัน หากเลือกวัสดุหนาหรือพิเศษเพื่อความทนทานก็จะมีราคาแพงขึ้นการปรับแต่งคุณสมบัติพิเศษ: ฟังก์ชันพิเศษที่เพิ่มเข้ามา เช่น ระบบซีลกันน้ำ, ช่องระบายอากาศ, หรือการเคลือบผิวพิเศษเพื่อป้องกันสารเคมีหรือความร้อน จะส่งผลให้ราคาสูงขึ้นตามลำดับ จำนวนการผลิต: การสั่งผลิตจำนวนมากอาจช่วยลดต้นทุนการผลิตแต่ละชิ้นได้ เนื่องจากมีการใช้เครื่องมือและทรัพยากรที่คุ้มค่ากว่าในการผลิตจำนวนมาก แต่การผลิตแบบสั่งทำหรือผลิตเป็นชิ้น ๆ อาจมีราคาสูงกว่า

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด
กล่องไฟสแตนเลส
ราคาตู้-stainless
ตู้ใส่ของสแตนเลส
ตู้ซิงค์สแตนเลส

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ตู้เก็บของสแตนเลส
เชื่อมหูตู้ไฟฟ้าสแตนเลส
เจาะรูตู้ไฟสแตนเลส
ประตู-1-ชั้นสแตนเลสตู้

การผลิตตู้สแตนเลสไฟฟ้าตามแบบของลูกค้า

การ สั่งผลิตตู้ไฟฟ้าตามแบบ ช่วยให้ได้ตู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเลือกคุณสมบัติและฟังก์ชันที่ต้องการได้ดังนี้:

  • เลือกเปลี่ยนรูปแบบหลังคา: เช่น การใช้หลังคาสโลปที่ช่วยให้การระบายน้ำฝนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปภายในตู้.
  • เลือกวัสดุที่ต้องการ: สามารถเลือกใช้ สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ซึ่งมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและการเกิดสนิม และเลือกสีตามที่ต้องการเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือการระบุฟังก์ชัน.
  • ออกแบบเพลทยึดอุปกรณ์ภายในตู้: สามารถออกแบบหรือเปลี่ยนเพลทยึดอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการติดตั้งและจัดระเบียบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในเพื่อความสะดวกในการใช้งาน.
  • ระบุขนาดรูเจาะและตำแหน่ง: สามารถระบุขนาดและตำแหน่งของรูเจาะเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือพอร์ตเชื่อมต่ออื่น ๆ ตามความต้องการ เช่น พอร์ตสำหรับสายไฟหรือสายสัญญาณ.
  • ปรับแต่งขนาดตู้: สามารถปรับขนาดตู้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้สามารถเก็บอุปกรณ์ได้พอดีและปลอดภัย.
  • เพิ่มระบบระบายอากาศ: สามารถออกแบบตู้ให้มีช่องระบายอากาศหรือพัดลมภายในเพื่อช่วยลดความร้อนที่สะสมจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้ ลดโอกาสเกิดความเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงเกินไป.
  • การตรวจสอบและทดสอบก่อนส่งมอบ: ก่อนการส่งมอบตู้ไฟฟ้าสำหรับการใช้งานจริง จะมีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอนและทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าตู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและสามารถใช้งานได้ตามมาตรฐานที่ต้องการ.

การสั่งผลิตตู้ไฟฟ้าตามแบบนี้จะช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน ทำให้การติดตั้งและการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย.

การผลิตตู้ไฟสแตนเลสเพื่อปกป้องระบบไฟฟ้า

การผลิตตู้ไฟฟ้าและตู้ควบคุมไฟฟ้า เพื่อป้องกันอุปกรณ์ภายในจาก ฝุ่น, น้ำ, และสารเคมี เป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง โดยสามารถปรับแต่งคุณสมบัติของตู้เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะและสภาพแวดล้อมที่ใช้งานได้ดังนี้:

  • วัสดุทนทาน: ตู้ไฟฟ้ามักจะผลิตจากวัสดุที่มีความทนทานสูง เช่น สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านทานการกัดกร่อนและสารเคมีต่าง ๆ ทำให้ตู้สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่มีการสัมผัสกับน้ำ, ความชื้น หรือสารเคมีโดยไม่เกิดความเสียหาย.
  • มาตรฐานการป้องกัน IP55, IP66 หรือสูงกว่า: การออกแบบให้มีการป้องกันจาก ฝุ่นและน้ำ โดยมีมาตรฐาน IP55 หรือ IP66 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำจากการเข้ามาภายในตู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ. นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มระบบการป้องกันเพิ่มเติม เช่น ซีลยางหรือซีลฟองน้ำ เพื่อป้องกันน้ำและฝุ่นได้มากยิ่งขึ้น.
  • การออกแบบให้เหมาะสมกับการติดตั้งอุปกรณ์: สามารถออกแบบและจัดระเบียบ ภายในตู้ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีระเบียบและปลอดภัย เช่น การใช้ กล่องแยกสายไฟ เพื่อป้องกันการสัมผัสระหว่างสายไฟต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดความผิดพลาดหรือลัดวงจร.
  • การป้องกันจากสารเคมี: การเลือกใช้วัสดุที่ทนทานต่อ สารเคมี เช่น การเคลือบผิวตู้ หรือการเลือกวัสดุสแตนเลสที่มีคุณสมบัติพิเศษในการต้านทานสารเคมีที่อาจมีในสภาพแวดล้อมการทำงาน เช่น กรด, ด่าง, น้ำมัน หรือสารเคมีอุตสาหกรรม.
  • กล่องแยกสายไฟ: ตู้ไฟฟ้าสามารถออกแบบให้มี กล่องแยกสายไฟ ภายใน เพื่อช่วยแยกและจัดระเบียบการเดินสายไฟให้อยู่ในลำดับที่ปลอดภัย โดยการแยกสายไฟแต่ละเส้นออกจากกันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า.

การใช้งานตู้สแตนเลส 304 และ 316L

  • ตู้ไฟฟ้า (Electrical Enclosures): ตู้ไฟฟ้าทำจากสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ใช้สำหรับป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจากฝุ่น น้ำ และสารเคมี เพื่อความปลอดภัยและความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง.
  • ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Panels): ใช้สแตนเลสเพื่อผลิตตู้ควบคุมที่ต้องการความแข็งแรงและความทนทานต่อการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือมีการสัมผัสกับสารเคมี.
  • กล่องแยกสายไฟ (Junction Boxes): กล่องแยกสายไฟทำจากสแตนเลสเพื่อป้องกันการกัดกร่อนและการสึกกร่อนจากสารเคมีและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เพื่อให้การเชื่อมต่อสายไฟมีความปลอดภัย.
  • โครงสร้างรองรับแผงวงจรไฟฟ้า (Mounting Brackets and Frames): ใช้สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ในการทำโครงสร้างรองรับแผงวงจรไฟฟ้า เพื่อความทนทานและป้องกันการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรง.
  • ท่อร้อยสายไฟ (Conduits): ท่อร้อยสายไฟสแตนเลสใช้สำหรับป้องกันสายไฟจากความเสียหายทางกายภาพและการกัดกร่อน เพื่อความปลอดภัยในการติดตั้งระบบไฟฟ้าในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี.

ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสในงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรม

ในการควบคุมและป้องกันระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น น้ำ, ฝุ่น, และสารเคมี ตัวตู้ไฟฟ้าสแตนเลสจะช่วยปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้ได้ดี ประโยชน์หลักของตู้ไฟฟ้าสแตนเลสในงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรม:การป้องกันการกัดกร่อน: สแตนเลสมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำและสารเคมี จึงเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือสารเคมีการป้องกันฝุ่นและน้ำ: ด้วยการปิดผนึกที่ได้มาตรฐาน IP55/IP66 ทำให้ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำจากการเข้าถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพการปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้า: ช่วยป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์จากความเสียหายที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงการติดตั้งและควบคุมที่ง่าย: ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบระบบไฟฟ้าได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม
ความทนทานและอายุการใช้งานยาวนาน: เนื่องจากวัสดุสแตนเลสมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและการเสื่อมสภาพจากการใช้งานที่ยาวนาน

การใช้งานตู้ Stainless 304 และ 316

ใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความทนทานสูงต่อการกัดกร่อน น้ำ และสารเคมี โดยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ดังนี้:

1. สแตนเลสเกรด 304

  • คุณสมบัติ: ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสเกรด 304 เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เช่น การใช้งานภายนอกที่ไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือเกลือที่มีความเข้มข้นสูง
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ตู้ไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีฝุ่น, น้ำ หรือความชื้น แต่ไม่ใช่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือเกลืออย่างบ่อยครั้ง
  • การใช้งานที่แนะนำ: อาคาร, โรงงานทั่วไป, การเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ชื้น, ระบบการระบายอากาศ หรือการป้องกันฝุ่นและน้ำในเครื่องจักรที่ไม่เกี่ยวข้องกับสารเคมีรุนแรง.

2. สแตนเลสเกรด 316

  • คุณสมบัติ: ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสเกรด 316 มีความทนทานสูงต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี, คลอรีน, เกลือ, และกรด ทำให้เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีรุนแรง หรืออยู่ใกล้ทะเล
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง เช่น โรงงานเคมี, สถานีสูบน้ำ, อุตสาหกรรมการประมง หรือในสภาพแวดล้อมทะเล
  • การใช้งานที่แนะนำ: อุตสาหกรรมทางทะเล, การผลิตในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีหรือเกลือในกระบวนการผลิต, การติดตั้งอุปกรณ์ที่ต้องป้องกันการกัดกร่อนจากน้ำทะเล หรือสารเคมีในอุตสาหกรรมอาหาร.