สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

ตู้สแตนเลส
ตู้สแตนเลส

ตู้สแตนเลส ตู้ไฟฟ้าสแตนเลส สำหรับงานอุตสาหกรรม

ตู้สแตนเลส สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและชุดควบคุม มีทั้งตู้ติดผนัง ประตูชั้นเดียว ประตูสองชั้น หลังคาสโลป ตู้ตั้งพื้น และตู้สั่งทำตามแบบ เลือกชนิดให้เหมาะกับขนาดอุปกรณ์ พื้นที่หน้างาน และการเข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุง เลือกดูประเภทและตัวอย่างรายการสินค้าก่อน จากนั้นเปรียบเทียบวัสดุสแตนเลส 304/316L ระดับการป้องกัน IP55–IP66 และแนวทางกำหนดขนาด กว้าง × สูง × ลึก โดยคุณสมบัติและระดับ IP ต้องตรวจจากรุ่นสินค้าจริง

ตู้สแตนเลสมีกี่ประเภท เลือกแบบไหนให้เหมาะกับงาน?

เลือกหมวดตามรูปแบบประตู หลังคา และตำแหน่งติดตั้งก่อนดูรุ่นย่อย แต่ละประเภทมีข้อกำหนดวัสดุ ขนาดและระดับ IP แตกต่างกัน คลิกการ์ดเพื่อดูตัวอย่างรายการในหน้านี้

รายการตู้สแตนเลส เลือกดูตามประเภทและขนาด

ตัวอย่างรูปแบบการแสดงสินค้าสำหรับหน้า Level 1 เลือกหมวดเพื่อแสดงรายการที่เกี่ยวข้อง และกด “สอบถามรุ่นนี้” เพื่อเติมข้อมูลลงฟอร์มขอราคา

สแตนเลส 304 และ 316L ต่างกันอย่างไร ควรเลือกเกรดไหน?

เกรดสแตนเลสเป็นปัจจัยสำคัญต่อความต้านทานการกัดกร่อน แต่ไม่ใช่เครื่องรับประกันว่าตู้จะไม่เกิดสนิมในทุกสภาพแวดล้อม คุณภาพผิว งานเชื่อม การทำความสะอาด และสารเคมีที่สัมผัสมีผลต่ออายุใช้งานเช่นกัน

รายการ สแตนเลส 304 สแตนเลส 316L
ลักษณะใช้งาน งานอุตสาหกรรมทั่วไป สถานที่มีความชื้นตามเงื่อนไข อาจเหมาะกับสภาพที่มีคลอไรด์ หรือการกัดกร่อนมากขึ้น เมื่อผ่านการประเมินสภาพแวดล้อม
องค์ประกอบที่ต่างกัน สแตนเลสออสเทนนิติกกลุ่ม 304 มีโมลิบดีนัมเพิ่มการต้านทาน การกัดกร่อนเฉพาะชนิด และคาร์บอนต่ำ
ข้อควรตรวจ ประเภทสารสัมผัส ผิวงาน รอยเชื่อม และการดูแล ปริมาณคลอไรด์ กรด สารทำความสะอาด และเงื่อนไขกระบวนการ
เอกสารที่ควรขอ เกรดวัสดุ ความหนา และการเก็บผิว เกรดวัสดุ / ใบรับรองวัสดุ เมื่อโครงการกำหนด

แนวทางเลือก: หากพื้นที่ติดตั้งใกล้ทะเล น้ำยาทำความสะอาด หรือสารเคมี ควรแจ้งรายละเอียด เพื่อพิจารณาเกรดและการเก็บผิว ไม่ควรใช้เกรดสแตนเลส เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจ

ผลิตตู้สแตนเลส304
คุณสมบัติเด่น (KEY PROPERTIES)
▣
Material:
Stainless Steel 304 / 316L
●
Material (Body):
Stainless Steel Hairline
↕
Thickness of stainless steel:
1.5 – 2 mm.
▯
Seal:
Spong Rubber (ซีลยางกันน้ำ)
☔
Standard:
IP66
🔧
Impact resistance:
IK10
ขนาดและสเปก (SIZE & SPECIFICATIONS)
No. Outside
W × H × D (mm.)
รุ่นมาตรฐาน (Standard Models)
SA-72 SB-73 SC-74
0S 200 × 250 × 150 Contact Contact Contact
01 200 × 300 × 150 5,000 Contact Contact
02 280 × 350 × 150 5,650 6,050 6,450
03 300 × 450 × 150 6,250 6,650 7,050
04 350 × 450 × 150 6,875 7,375 7,875
05 300 × 450 × 200 6,900 7,400 7,900
06 350 × 450 × 200 7,440 8,040 8,640
07 350 × 500 × 200 8,060 8,660 9,260
08 400 × 500 × 200 9,900 10,600 11,300
09 450 × 500 × 200 9,920 10,720 11,320
10 450 × 600 × 250 11,160 11,960 12,760
11 500 × 600 × 200 14,800 15,700 16,400
12 500 × 600 × 250 13,530 14,430 15,330
13 550 × 700 × 250 15,000 16,000 16,800
14 600 × 800 × 250 16,250 17,250 18,450
15 600 × 900 × 250 17,500 18,500 19,700

*ราคาดังกล่าวเป็นราคาตั้ง สอบถามส่วนลดพิเศษได้ที่ผ่ายขายค่ะ

ส่งข้อมูลสเปกเพื่อขอราคาตู้สแตนเลส

เลือกประเภท เกรดวัสดุ ขนาด และจำนวน เพื่อให้ฝ่ายขายตรวจสอบรายละเอียด และเสนอราคา

ข้อความขอใบเสนอราคา
ส่งอีเมลขอราคา ↗

อีเมลฝ่ายขาย: infosiam01@gmail.com

การกรอกข้อมูลนี้ไม่ได้ตรวจสอบสต็อก ยืนยันราคา หรือส่งคำสั่งซื้ออัตโนมัติ

ขนาดตู้สแตนเลสและราคาขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบการสั่งผลิต

สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการเฉพาะ ดังนี้:ขนาดของตู้: ขนาดตู้ Stainless 304 และ 316จะขึ้นอยู่กับการใช้งานและจำนวนอุปกรณ์ที่จะติดตั้งภายใน ตัวอย่างเช่น ตู้ขนาดเล็กสำหรับใช้งานในพื้นที่จำกัด หรือขนาดใหญ่สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น การเลือกขนาดที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและป้องกันความเสียหายจากการจัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่เหมาะสม.รูปแบบการสั่งผลิต: การปรับแต่งรูปแบบ เช่น รูปแบบหลังคา (เช่น หลังคาสโลป), ประเภทการป้องกัน (IP55, IP66 หรือสูงกว่า), และ วัสดุที่ใช้ (เช่น สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L) จะส่งผลต่อราคาของตู้. หากต้องการฟังก์ชันพิเศษ เช่น ช่องระบายอากาศ, ระบบล็อค หรือการเคลือบผิวป้องกันพิเศษ ราคาก็อาจเพิ่มขึ้นตามคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามา ราคาขึ้นอยู่กับความหนาของแผ่นสแตนเลสความหนาของแผ่นสแตนเลสที่ใช้ในการผลิตตู้ เช่น 0.8mm, 1.2mm, 1.5mm หรือ 2mm จะส่งผลต่อราคา เนื่องจากแผ่นสแตนเลสที่มีความหนามากขึ้นมักจะมีราคาสูงกว่า แต่ให้ความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น

ขนาดของรูสำหรับใส่สายไฟ (Cable Range or Entry hole)

การวัดขนาดของตู้สแตนเลส (Diameter)

การวัดขนาดอย่างละเอียดจะช่วยให้การติดตั้งและการใช้งานตู้ไฟฟ้าสแตนเลสเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับอุปกรณ์หรือการใช้งานต่างๆ ได้อย่างพอดีและปลอดภัย.

  • ความกว้าง (Width): วัดจากขอบด้านหน้าไปยังขอบด้านหลังของตู้ (จากด้านหน้าไปด้านหลัง)
  • ความสูง (Height): วัดจากพื้นถึงยอดของตู้ (จากล่างสุดไปด้านบนสุด)
  • ความลึก (Depth): วัดจากด้านหน้าของตู้ถึงด้านหลัง (มักจะใช้เมื่อต้องการตรวจสอบความลึกของช่องภายในตู้
  • ขนาดของช่องเปิด (Door Opening Size): หากต้องการทราบขนาดของช่องที่เปิดปิดได้ ควรวัดจากขอบบานประตูด้านหนึ่งถึงขอบอีกด้าน
  • ขนาดของแผงภายใน: หากต้องการติดตั้งอุปกรณ์ภายในตู้ ควรตรวจสอบพื้นที่การติดตั้งโดยการวัดช่องว่างระหว่างแผงหรือชั้นภายในตู้
  • ปรับแต่งขนาดและรูปทรง: ภาพแสดงให้เห็นว่าตู้ Stainless สามารถปรับเปลี่ยนขนาดและรูปทรงได้ตามต้องการ เพื่อให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งาน
  • เลือกวัสดุ: สามารถเลือกวัสดุที่ใช้ผลิตตู้ไฟฟ้าได้ เช่น สแตนเลสเกรดต่างๆ ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในการใช้งาน
  • เลือกประเภทของบานประตู: สามารถเลือกประเภทของบานประตูได้ เช่น บานประตูทึบ บานประตูที่มีช่องระบายอากาศ หรือบานประตูที่มีหน้าต่าง
  • เลือกอุปกรณ์เสริม: สามารถเลือกอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้ เช่น กุญแจ มือจับ บานพับ หรือชั้นวางของ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
  • เลือกสี: สามารถเลือกสีได้ตามต้องการ เพื่อให้เข้ากับการตกแต่ง
  • เลือกตำแหน่งและขนาดของรูเจาะ: สามารถกำหนดตำแหน่งและขนาดของรูเจาะสำหรับเดินสายไฟหรือติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้

ราคาตู้สแตนเลสจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาด, รูปแบบ, วัสดุที่ใช้

ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการผลิตและการออกแบบตู้ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้:ขนาด: ขนาดของตู้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อราคา ตู้ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ภายในมากขึ้นจะใช้วัสดุมากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงกว่า ตู้ขนาดเล็กที่ใช้วัสดุน้อยลงรูปแบบการออกแบบ: รูปแบบการออกแบบ เช่น การเพิ่มหลังคาสโลป, การใช้ประตูแบบ 2 ชั้น, หรือการออกแบบพิเศษที่รองรับฟังก์ชันพิเศษ เช่น ช่องระบายอากาศหรือระบบล็อค จะทำให้ราคาสูงขึ้นตามลักษณะการปรับแต่งวัสดุที่ใช้: วัสดุที่เลือกใช้ในการผลิตตู้มีผลต่อราคามาก โดยวัสดุสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนและการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงจะมีราคาสูงกว่าเกรดอื่น ๆ นอกจากนี้ ความหนาของแผ่นสแตนเลสก็มีผลต่อราคาเช่นกัน หากเลือกวัสดุหนาหรือพิเศษเพื่อความทนทานก็จะมีราคาแพงขึ้นการปรับแต่งคุณสมบัติพิเศษ: ฟังก์ชันพิเศษที่เพิ่มเข้ามา เช่น ระบบซีลกันน้ำ, ช่องระบายอากาศ, หรือการเคลือบผิวพิเศษเพื่อป้องกันสารเคมีหรือความร้อน จะส่งผลให้ราคาสูงขึ้นตามลำดับ จำนวนการผลิต: การสั่งผลิตจำนวนมากอาจช่วยลดต้นทุนการผลิตแต่ละชิ้นได้ เนื่องจากมีการใช้เครื่องมือและทรัพยากรที่คุ้มค่ากว่าในการผลิตจำนวนมาก แต่การผลิตแบบสั่งทำหรือผลิตเป็นชิ้น ๆ อาจมีราคาสูงกว่า

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด
กล่องไฟสแตนเลส
ราคาตู้-stainless
ตู้ใส่ของสแตนเลส
ตู้ซิงค์สแตนเลส

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ตู้เก็บของสแตนเลส
เชื่อมหูตู้ไฟฟ้าสแตนเลส
เจาะรูตู้ไฟสแตนเลส
ประตู-1-ชั้นสแตนเลสตู้

การผลิตตู้สแตนเลสไฟฟ้าตามแบบของลูกค้า

การ สั่งผลิตตู้ไฟฟ้าตามแบบ ช่วยให้ได้ตู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเลือกคุณสมบัติและฟังก์ชันที่ต้องการได้ดังนี้:

  • เลือกเปลี่ยนรูปแบบหลังคา: เช่น การใช้หลังคาสโลปที่ช่วยให้การระบายน้ำฝนมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยป้องกันฝุ่นและสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปภายในตู้.
  • เลือกวัสดุที่ต้องการ: สามารถเลือกใช้ สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ซึ่งมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและการเกิดสนิม และเลือกสีตามที่ต้องการเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมหรือการระบุฟังก์ชัน.
  • ออกแบบเพลทยึดอุปกรณ์ภายในตู้: สามารถออกแบบหรือเปลี่ยนเพลทยึดอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับการติดตั้งและจัดระเบียบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในเพื่อความสะดวกในการใช้งาน.
  • ระบุขนาดรูเจาะและตำแหน่ง: สามารถระบุขนาดและตำแหน่งของรูเจาะเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือพอร์ตเชื่อมต่ออื่น ๆ ตามความต้องการ เช่น พอร์ตสำหรับสายไฟหรือสายสัญญาณ.
  • ปรับแต่งขนาดตู้: สามารถปรับขนาดตู้ให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง เพื่อให้สามารถเก็บอุปกรณ์ได้พอดีและปลอดภัย.
  • เพิ่มระบบระบายอากาศ: สามารถออกแบบตู้ให้มีช่องระบายอากาศหรือพัดลมภายในเพื่อช่วยลดความร้อนที่สะสมจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้ ลดโอกาสเกิดความเสียหายจากอุณหภูมิที่สูงเกินไป.
  • การตรวจสอบและทดสอบก่อนส่งมอบ: ก่อนการส่งมอบตู้ไฟฟ้าสำหรับการใช้งานจริง จะมีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอนและทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าตู้มีคุณสมบัติครบถ้วนและสามารถใช้งานได้ตามมาตรฐานที่ต้องการ.

การสั่งผลิตตู้ไฟฟ้าตามแบบนี้จะช่วยให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสมกับการใช้งานเฉพาะด้าน ทำให้การติดตั้งและการใช้งานในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย.

การผลิตตู้ไฟสแตนเลสเพื่อปกป้องระบบไฟฟ้า

การผลิตตู้ไฟฟ้าและตู้ควบคุมไฟฟ้า เพื่อป้องกันอุปกรณ์ภายในจาก ฝุ่น, น้ำ, และสารเคมี เป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง โดยสามารถปรับแต่งคุณสมบัติของตู้เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะและสภาพแวดล้อมที่ใช้งานได้ดังนี้:

  • วัสดุทนทาน: ตู้ไฟฟ้ามักจะผลิตจากวัสดุที่มีความทนทานสูง เช่น สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านทานการกัดกร่อนและสารเคมีต่าง ๆ ทำให้ตู้สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่มีการสัมผัสกับน้ำ, ความชื้น หรือสารเคมีโดยไม่เกิดความเสียหาย.
  • มาตรฐานการป้องกัน IP55, IP66 หรือสูงกว่า: การออกแบบให้มีการป้องกันจาก ฝุ่นและน้ำ โดยมีมาตรฐาน IP55 หรือ IP66 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำจากการเข้ามาภายในตู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ. นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มระบบการป้องกันเพิ่มเติม เช่น ซีลยางหรือซีลฟองน้ำ เพื่อป้องกันน้ำและฝุ่นได้มากยิ่งขึ้น.
  • การออกแบบให้เหมาะสมกับการติดตั้งอุปกรณ์: สามารถออกแบบและจัดระเบียบ ภายในตู้ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีระเบียบและปลอดภัย เช่น การใช้ กล่องแยกสายไฟ เพื่อป้องกันการสัมผัสระหว่างสายไฟต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดความผิดพลาดหรือลัดวงจร.
  • การป้องกันจากสารเคมี: การเลือกใช้วัสดุที่ทนทานต่อ สารเคมี เช่น การเคลือบผิวตู้ หรือการเลือกวัสดุสแตนเลสที่มีคุณสมบัติพิเศษในการต้านทานสารเคมีที่อาจมีในสภาพแวดล้อมการทำงาน เช่น กรด, ด่าง, น้ำมัน หรือสารเคมีอุตสาหกรรม.
  • กล่องแยกสายไฟ: ตู้ไฟฟ้าสามารถออกแบบให้มี กล่องแยกสายไฟ ภายใน เพื่อช่วยแยกและจัดระเบียบการเดินสายไฟให้อยู่ในลำดับที่ปลอดภัย โดยการแยกสายไฟแต่ละเส้นออกจากกันจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือความเสียหายของอุปกรณ์ไฟฟ้า.

การใช้งานตู้สแตนเลส 304 และ 316L

  • ตู้ไฟฟ้า (Electrical Enclosures): ตู้ไฟฟ้าทำจากสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ใช้สำหรับป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจากฝุ่น น้ำ และสารเคมี เพื่อความปลอดภัยและความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง.
  • ตู้ควบคุมไฟฟ้า (Control Panels): ใช้สแตนเลสเพื่อผลิตตู้ควบคุมที่ต้องการความแข็งแรงและความทนทานต่อการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือมีการสัมผัสกับสารเคมี.
  • กล่องแยกสายไฟ (Junction Boxes): กล่องแยกสายไฟทำจากสแตนเลสเพื่อป้องกันการกัดกร่อนและการสึกกร่อนจากสารเคมีและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เพื่อให้การเชื่อมต่อสายไฟมีความปลอดภัย.
  • โครงสร้างรองรับแผงวงจรไฟฟ้า (Mounting Brackets and Frames): ใช้สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ในการทำโครงสร้างรองรับแผงวงจรไฟฟ้า เพื่อความทนทานและป้องกันการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรง.
  • ท่อร้อยสายไฟ (Conduits): ท่อร้อยสายไฟสแตนเลสใช้สำหรับป้องกันสายไฟจากความเสียหายทางกายภาพและการกัดกร่อน เพื่อความปลอดภัยในการติดตั้งระบบไฟฟ้าในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี.

ตู้สแตนเลสคืออะไร เหมาะกับงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมแบบไหน?

ตู้สแตนเลสเป็นโครงครอบสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ชุดควบคุม หรือเครื่องมือในบริเวณที่ต้องการความสะอาด ความทนทานต่อการกัดกร่อนและความสะดวกในการบำรุงรักษา มีทั้งตู้ติดผนัง ตู้ตั้งพื้น ตู้ฝาเดี่ยว ตู้สองชั้น และตู้สั่งผลิตตามแบบ โดยวัสดุและรายละเอียดการประกอบจะแตกต่างกันตามรุ่นในการควบคุมและป้องกันระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพจากสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่น น้ำ, ฝุ่น, และสารเคมี ตัวตู้ไฟฟ้าสแตนเลสจะช่วยปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้ได้ดี ประโยชน์หลักของตู้ไฟฟ้าสแตนเลสในงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรม:การป้องกันการกัดกร่อน: สแตนเลสมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำและสารเคมี จึงเหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือสารเคมีการป้องกันฝุ่นและน้ำ: ด้วยการปิดผนึกที่ได้มาตรฐาน IP55/IP66 ทำให้ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำจากการเข้าถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพการปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้า: ช่วยป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรอิเล็กทรอนิกส์จากความเสียหายที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรงการติดตั้งและควบคุมที่ง่าย: ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบระบบไฟฟ้าได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม
ความทนทานและอายุการใช้งานยาวนาน: เนื่องจากวัสดุสแตนเลสมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและการเสื่อมสภาพจากการใช้งานที่ยาวนาน

ตู้ไฟฟ้าสำหรับชุดควบคุม

ใช้จัดเก็บเบรกเกอร์ รีเลย์ PLC และอุปกรณ์สั่งงาน โดยออกแบบแผ่นเพลต ช่องสาย และระยะบำรุงรักษา ให้เหมาะสม

ตู้สำหรับพื้นที่เปียกหรือมีฝุ่น

เลือกโครงสร้าง ซีล และระดับ IP ตามสภาพหน้างานจริง รวมถึงตำแหน่งติดตั้ง และการเจาะช่องอุปกรณ์

ตู้สั่งทำสำหรับเครื่องจักร

กำหนดความกว้าง สูง ลึก แผ่นเพลต ช่องเจาะ หลังคา และขาตั้งตามแบบ เพื่อให้ติดตั้งอุปกรณ์ได้ครบ

การใช้งานตู้ Stainless 304 และ 316

ใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความทนทานสูงต่อการกัดกร่อน น้ำ และสารเคมี โดยมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ดังนี้:

1. สแตนเลสเกรด 304

  • คุณสมบัติ: ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสเกรด 304 เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เช่น การใช้งานภายนอกที่ไม่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือเกลือที่มีความเข้มข้นสูง
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป เช่น ตู้ไฟฟ้าในพื้นที่ที่มีฝุ่น, น้ำ หรือความชื้น แต่ไม่ใช่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือเกลืออย่างบ่อยครั้ง
  • การใช้งานที่แนะนำ: อาคาร, โรงงานทั่วไป, การเก็บอุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่ชื้น, ระบบการระบายอากาศ หรือการป้องกันฝุ่นและน้ำในเครื่องจักรที่ไม่เกี่ยวข้องกับสารเคมีรุนแรง.

2. สแตนเลสเกรด 316

  • คุณสมบัติ: ตู้ไฟฟ้าสแตนเลสเกรด 316 มีความทนทานสูงต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี, คลอรีน, เกลือ, และกรด ทำให้เหมาะกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีรุนแรง หรืออยู่ใกล้ทะเล
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูง เช่น โรงงานเคมี, สถานีสูบน้ำ, อุตสาหกรรมการประมง หรือในสภาพแวดล้อมทะเล
  • การใช้งานที่แนะนำ: อุตสาหกรรมทางทะเล, การผลิตในพื้นที่ที่มีการใช้สารเคมีหรือเกลือในกระบวนการผลิต, การติดตั้งอุปกรณ์ที่ต้องป้องกันการกัดกร่อนจากน้ำทะเล หรือสารเคมีในอุตสาหกรรมอาหาร.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตู้สแตนเลส

คำตอบเรื่องเกรดวัสดุ การกันน้ำ ขนาด และงานสั่งทำ

ดูประเภททั้งหมด ↗
03 ควรใช้ตู้ประตูชั้นเดียวหรือสองชั้น?

ตู้ประตูชั้นเดียวเหมาะกับงานติดตั้ง ที่ต้องการเข้าถึงอุปกรณ์ได้สะดวก ส่วนตู้สองชั้นมีแผงหรือประตูด้านใน เพิ่มเติมตามโครงสร้างของรุ่น ซึ่งอาจช่วยแยกส่วนอุปกรณ์ควบคุม หรือป้องกันการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ควรเลือกจากรูปแบบอุปกรณ์ ความปลอดภัย และพื้นที่ติดตั้งจริง

04 ระบุขนาด 400×600×200 อย่างไรไม่ให้ผิด?

ควรระบุลำดับขนาดให้ชัดเจน เช่น กว้าง × สูง × ลึก เท่ากับ 400 × 600 × 200 มม. และตรวจสอบว่าตัวเลขดังกล่าว เป็นขนาดภายนอกหรือขนาดภายใน รวมถึงพื้นที่สำหรับแผ่นเพลต และระยะติดตั้งอุปกรณ์ ก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อ

05 สามารถสั่งเจาะรูและทำแผ่นเพลตได้หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับบริการและรูปแบบตู้ สามารถสอบถามงานเจาะรู ติดตั้งแผ่นเพลต หรือปรับตำแหน่งช่องสาย โดยควรส่งแบบระบุตำแหน่ง และขนาดเจาะที่ชัดเจน เพื่อให้ตรวจสอบความเป็นไปได้ รวมถึงผลต่อระดับการป้องกัน IP ก่อนดำเนินการ