สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล
ท่อ Conduit ร้อยสายไฟแบบผ่ากลาง คือท่อที่ใช้สำหรับร้อยสายไฟ ซึ่งออกแบบมาให้มีรอยผ่าตลอดความยาวด้านข้างของท่อ เพื่อให้สามารถเปิดและปิดท่อได้สะดวกโดยไม่ต้องถอดท่อออกจากระบบไฟฟ้า การออกแบบนี้ทำให้การติดตั้งและบำรุงรักษาสายไฟเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องยุ่งยากในการตัดหรือถอดสายไฟ ใช้ในงานระบบไฟฟ้าในอาคารและโรงงาน ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้งและการบำรุงรักษาในอนาคต
ปกป้องสายไฟของคุณด้วย ท่อร้อยสายไฟ PE และ PA ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัย ทนทาน และติดตั้งง่าย รองรับทุกการใช้งาน ทั้งในอุตสาหกรรมและงานติดตั้งทั่วไป
คุณสมบัติเด่นของท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟ:
✅ ป้องกันน้ำ ฝุ่น และแรงกระแทก ได้เป็นอย่างดี
✅ ได้รับมาตรฐาน CE
💡 เหมาะสำหรับ:
🔹 งานเดินสายไฟในอาคาร บ้านเรือน และโรงงานอุตสาหกรรม
🔹 ป้องกันสายไฟจากความเสียหาย เช่น การขัดสีและแรงบีบอัด ใช้ในระบบเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และงานติดตั้งภายในแบะภายนอกอาคาร
📦 พร้อมจัดส่งทั่วประเทศ ให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ 📞 ติดต่อเราได้เลย! 🚚
งเป็นท่อที่มีรอยผ่าด้านข้างช่วยให้เปิดและปิดท่อได้สะดวก ทำให้การติดตั้งและบำรุงรักษาสายไฟเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องถอดท่อออกจากระบบไฟฟ้า เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่จำกัดหรือในระบบไฟฟ้าที่ต้องการการขยายหรือปรับปรุงในอนาคต ท่อชนิดนี้มีความยืดหยุ่นสูง ทนทานต่อสารเคมีและแรงกระแทก และสามารถป้องกันความชื้นและฝุ่นละออง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของสายไฟ
ท่อร้อยสายไฟที่ออกแบบเป็นโครงสร้างคล้ายกระดูกงู มีความยืดหยุ่นสูง ใช้สำหรับปกป้องและจัดเก็บสายไฟหรือสายเคเบิลในระบบไฟฟ้าโดยช่วยป้องกันสายไฟจากการเสียดสี การกระแทก และความเสียหายอื่นๆ เหมาะสำหรับการใช้งานในเครื่องจักรหรือระบบที่มีการเคลื่อนไหว
รางกระดูกงู ใช้ในการ ป้องกันและจัดระเบียบสายไฟ หรือสายเคเบิลต่างๆ ภายในอาคารหรือพื้นที่อุตสาหกรรม โดยมีโครงสร้างที่เป็นรางที่สามารถวางสายไฟได้อย่างปลอดภัยและสะดวก ช่วยให้การติดตั้งสายไฟเป็นระเบียบและง่ายต่อการบำรุงรักษา
ตู้ที่ทำจากสแตนเลส ใช้สำหรับบรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์, สวิตช์, และระบบควบคุมต่างๆ เพื่อป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าจากฝุ่น, น้ำ, ความชื้น, และสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เหมาะสำหรับงานภายนอกอาคารหรือในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมและบริเวณที่มีความชื้นสูง
เคเบิ้ลแกลนกันน้ำ (Waterproof Cable Gland) คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดจับและป้องกันการรั่วซึมของสายไฟที่ผ่านเข้าสู่ภาชนะหรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยจากน้ำหรือสิ่งสกปรก โดยส่วนใหญ่จะใช้ในงานที่มีสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหรือความชื้นสูง เช่น ระบบไฟฟ้าภายนอกอาคาร หรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำ เช่น เรือ อุตสาหกรรมเคมี หรือโรงงานที่มีการผลิตที่มีความชื้น
ถูกใช้ในระบบไฟฟ้าของรถยนต์เพื่อป้องกันสายไฟจากการเสียดสี ความร้อน และการสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ ภายในห้องเครื่องหรือส่วนอื่นๆ ของรถยนต์ การใช้งานท่อชนิดนี้ช่วยให้การจัดระเบียบสายไฟภายในรถเป็นระเบียบและปลอดภัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยป้องกันสายไฟจากการขัดขวางหรือการถูกบีบอัดในพื้นที่แคบๆ การติดตั้งทำได้ง่ายเพราะสามารถเปิด-ปิดท่อได้สะดวก ช่วยในการบำรุงรักษาและเปลี่ยนสายไฟได้รวดเร็ว การใช้ท่อชนิดนี้จึงเหมาะสำหรับการเดินสายไฟในรถยนต์ที่ต้องการความยืดหยุ่นและการป้องกันสายไฟจากการเสื่อมสภาพ ช่วยให้การเดินสายไฟในรถยนต์เป็นไปอย่างสะดวก เพราะสามารถปรับขนาดและความยาวของท่อได้ตามต้องการ ทำให้เหมาะสมกับการเดินสายในพื้นที่จำกัดในรถยนต์ นอกจากนี้ยังช่วยให้การเข้าถึงและซ่อมแซมระบบไฟฟ้าภายในรถทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องถอดหรือรื้อสายไฟทั้งหมด ช่วยประหยัดเวลาในการบำรุงรักษาและตรวจสอบสายไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่อชนิดนี้ยังมีคุณสมบัติทนต่อความร้อนสูง ซึ่งเหมาะกับสภาพการทำงานในรถยนต์ที่มีอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
การวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ (Diameter)
การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน (Internal Diameter – ID):
การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายในของท่อ (ID) ทำได้โดยการใช้เครื่องมือวัดที่มีขนาดที่สามารถวัดได้ตรงกับขนาดภายในของท่อ เช่น เวอร์เนีย หรือเครื่องมือวัดขนาดท่อที่มีความแม่นยำสูง เมื่อวัดค่า ID อย่างถูกต้อง จะช่วยให้เลือกท่อที่มีขนาดเหมาะสมกับการใช้งาน เช่น ระบบระบายอากาศหรือระบบส่งของเหลวในท่อ.
การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก (External Diameter – OD):
การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของท่อ (OD) ทำได้โดยการใช้เครื่องมือวัดที่เหมาะสม เช่น ไมโครมิเตอร์ หรือเครื่องมือวัดขนาดที่สามารถวัดได้ตรงกับเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของท่อ หากต้องการคำนวณค่า OD จากเส้นรอบวง สามารถทำได้โดยการวัดเส้นรอบวงของท่อแล้วนำค่ามาหารด้วยค่าคงที่ (π หรือ 3.1416) เพื่อหาค่าเส้นผ่านศูนย์กลางที่ถูกต้อง.
การเลือกเครื่องมือวัดที่เหมาะสม:
เพื่อให้การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางทั้งภายในและภายนอกเป็นไปได้อย่างแม่นยำ ควรเลือกเครื่องมือวัดที่มีความละเอียดสูงและเหมาะสมกับประเภทท่อที่ใช้งาน ตัวอย่างเช่น การใช้เวอร์เนียแบบดิจิตอลเพื่อความสะดวกและแม่นยำในการวัด หรือการใช้ไมโครมิเตอร์สำหรับท่อขนาดเล็กที่ต้องการความแม่นยำสูง.
การคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลางจากเส้นรอบวง:
หากการวัดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นเรื่องยากหรือไม่สะดวก สามารถใช้วิธีการคำนวณจากเส้นรอบวง (Circumference) ของท่อได้ โดยการวัดเส้นรอบวงแล้วนำค่ามาหารด้วยค่า π (3.1416) จะได้ค่าเส้นผ่านศูนย์กลางของท่อ ซึ่งการคำนวณนี้เป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยในกรณีที่ไม่สามารถวัดตรงกับเส้นผ่านศูนย์กลางได้
เครื่องมือวัดเส้นรอบวง (Circumference Tape or Measuring Tape):
ในกรณีที่การวัดเส้นผ่านศูนย์กลางตรงๆ ไม่สามารถทำได้ หรือเป็นท่อขนาดใหญ่ การวัดเส้นรอบวง (Circumference) ของท่อแล้วคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลางสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือวัดเช่น เทปวัดที่มีความยืดหยุ่นและสามารถพันรอบท่อได้ จากนั้นใช้สูตรคำนวณเส้นผ่านศูนย์กลางโดยการหารเส้นรอบวงด้วยค่า π (ประมาณ 3.1416).
เวอร์เนียคาลิปเปอร์ (Vernier Caliper):
เครื่องมือวัดที่นิยมใช้ในการวัดขนาดภายในและภายนอกของท่อได้อย่างแม่นยำ เวอร์เนียคาลิปเปอร์มีทั้งแบบดิจิตอลและแบบอนาล็อก ซึ่งสามารถวัดได้ทั้งเส้นผ่านศูนย์กลางภายใน (ID) และภายนอก (OD) โดยการใช้ปลายของเครื่องมือวัดสัมผัสกับขอบของท่อ เพื่อให้ได้ค่าที่ละเอียดและแม่นยำสูง
ท่อร้อยสายไฟที่ผลิตจากวัสดุโพลีเอทิลีน ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีความยืดหยุ่น ทนทานต่อสารเคมีและการกัดกร่อน รวมถึงมีน้ำหนักเบาและทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ท่อ PE ใช้ในการเดินสายไฟเพื่อปกป้องสายไฟจากการเสียดสี การบีบอัด หรือการสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมที่อาจทำให้สายไฟเสียหาย โดยท่อชนิดนี้สามารถดัดโค้งได้ง่าย ช่วยให้การติดตั้งในพื้นที่จำกัดสะดวกและรวดเร็ว ท่อ PE มักใช้ในงานก่อสร้าง อาคาร และอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ต้องการการป้องกันสายไฟจากความเสี่ยงภายนอกและการบำรุงรักษาง่าย มีคุณสมบัติที่ช่วยในการป้องกันการสัมผัสกับน้ำ ฝุ่นละออง และสารเคมี ซึ่งเป็นสาเหตุที่อาจทำให้สายไฟเกิดการเสื่อมสภาพหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจร การใช้งานท่อ PE เหมาะสำหรับระบบไฟฟ้าที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้ง เช่น ในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง หรือในพื้นที่ที่ต้องการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมสายไฟในอนาคต
การใช้งานท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟร่วมกับรางกระดูกงู (Cable Drag Chain) เป็นการป้องกันและจัดระเบียบสายไฟในระบบที่มีการเคลื่อนที่บ่อยครั้ง เช่น ระบบเครื่องจักรอุตสาหกรรมหรืออุปกรณ์ที่ต้องการการเคลื่อนที่แบบไดนามิก โดยท่อเฟล็กซ์ช่วยป้องกันสายไฟจากการเสียดสีหรือความเสียหายจากการเคลื่อนที่ของรางกระดูกงู ทำให้การติดตั้งมีความยืดหยุ่นและสะดวกในการขนส่งสายไฟ ท่อเฟล็กซ์ยังสามารถลดการหักงอของสายไฟ และป้องกันการรบกวนจากสิ่งแวดล้อม เช่น ความชื้นหรือสารเคมีในพื้นที่ทำงาน รางกระดูกงูช่วยให้สายไฟสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระโดยไม่เกิดความเสียหาย ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้า
ทำให้การบำรุงรักษาและการตรวจสอบระบบไฟฟ้าสะดวกยิ่งขึ้น เพราะสามารถเข้าถึงสายไฟได้ง่ายโดยไม่ต้องถอดหรือรื้อระบบทั้งหมด ท่อเฟล็กซ์ที่ใช้ร่วมกับรางกระดูกงูช่วยป้องกันสายไฟจากการสัมผัสกับพื้นผิวที่อาจทำให้เกิดการสึกหรอหรือการบีบอัด
การใช้งานร่วมกับรางกระดูกงู (Cable Drag Chain) ยังช่วยให้การติดตั้งระบบไฟฟ้าดูเรียบร้อยและเป็นระเบียบ โดยท่อเฟล็กซ์สามารถลดความยุ่งเหยิงจากการกระจายของสายไฟในพื้นที่ที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยครั้ง รางกระดูกงูทำหน้าที่เป็นตัวนำทางให้สายไฟเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการโดยไม่พันกัน การใช้งานร่วมกันนี้ช่วยลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการเคลื่อนที่ของสายไฟ เช่น การขัดขวางการทำงานของเครื่องจักรหรือการลัดวงจรจากสายไฟที่เสียหาย นอกจากนี้ยังเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ทำงาน โดยการป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการลากหรือบิดของสายไฟ
ขนาดภายใน (ID – Inner Diameter)
เป็นขนาดของช่องว่างภายในท่อที่ใช้วางสายไฟ ขนาดนี้สำคัญในการเลือกท่อที่สามารถรองรับจำนวนสายไฟที่ต้องการร้อยได้อย่างเหมาะสม โดยจะต้องมีขนาดกว้างพอสมควรเพื่อให้สายไฟสามารถขยับตัวได้อย่างคล่องตัวและไม่บีบอัดเกินไป
ขนาดภายนอก (OD – Outer Diameter)
เป็นขนาดของท่อทั้งหมดจากขอบท่อด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้เราทราบถึงขนาดพื้นที่ที่ท่อจะครอบคลุมเมื่อทำการติดตั้งในพื้นที่ เช่น ในรางหรือกำแพง สำหรับการติดตั้งในพื้นที่ที่ต้องการท่อขนาดพอดีหรือป้องกันการกระแทกจากสิ่งแวดล้อม
โดยทั่วไปแล้ว ขนาด ID และ OD ของท่อ Conduit มีหลากหลายมาตรฐาน เช่น 1/2″, 3/4″, 1″, 2″ หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานและขนาดของสายไฟที่ต้องการร้อยผ่านท่อ. ตัวอย่าง:
การเลือกขนาดท่อเฟล็กซ์ร้อยสายไฟที่ถูกต้องมีความสำคัญในการเดินสายไฟ เพราะหากท่อมีขนาดเล็กเกินไป อาจทำให้สายไฟบีบอัดจนเกิดความร้อนสะสมหรือความเสียหายจากการเสียดสีได้ นอกจากนี้ การเลือกขนาดท่อที่เหมาะสมยังช่วยให้การติดตั้งและการบำรุงรักษาทำได้สะดวกขึ้น โดยสามารถจัดการกับการเพิ่มหรือลดจำนวนสายไฟได้ง่าย การเลือกขนาดที่ถูกต้องยังช่วยให้การเดินสายไฟมีระยะทางที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการติดตั้งในพื้นที่จำกัด การเลือกขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้สายไฟมีการขยับตัวได้อย่างคล่องตัวและปลอดภัยจากความเสียหาย การเลือกขนาดท่อที่ถูกต้องยังช่วยลดโอกาสในการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรจากการที่สายไฟถูกบีบอัดเกินไป หรือขยับตัวไม่สะดวก การเลือกท่อที่มีขนาดพอเหมาะยังช่วยให้การระบายความร้อนของสายไฟเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุณหภูมิสูงเกินไปในระบบไฟฟ้า อีกทั้งยังทำให้การตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าง่ายขึ้น โดยสามารถเข้าถึงสายไฟได้สะดวกโดยไม่ต้องรื้อถอนท่อทั้งหมด การเลือกขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานและปลอดภัยยิ่งขึ้น
อุปกรณ์เชื่อมต่อท่อพลาสติกแบบยืดหยุ่น ที่ใช้สำหรับติดตั้งระบบท่อต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบท่อที่ต้องการความยืดหยุ่นในการติดตั้ง เช่น ระบบท่อสำหรับเดินสายไฟ สายเคเบิล หรือท่อน้ำเล็กๆ
Plastic Pipe Mounting Flexible Bracket: เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดท่อพลาสติกให้ติดกับพื้นผิวต่างๆ โดยมีลักษณะเป็นแผ่นยึดที่สามารถยืดหยุ่นได้ ทำให้สามารถปรับทิศทางหรือองศาของท่อได้ตามต้องการ
Quick Connector: เป็นข้อต่อที่ใช้เชื่อมต่อท่อพลาสติกเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเพิ่มเติม ทำให้การติดตั้งท่อเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
90° Elbow Quick Connector: เป็นข้อต่อที่มีลักษณะโค้ง 90 องศา ใช้สำหรับเปลี่ยนทิศทางของท่อพลาสติก ช่วยให้การเดินท่อในมุมต่างๆ เป็นไปได้สะดวก
Waterproof Corrugated Tubing Fittings: เป็นข้อต่อที่ใช้เชื่อมต่อท่อพลาสติกชนิดร่อง (Corrugated) ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำได้ดี เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือมีน้ำ
90° Watertight Corrugated Tubing Fittings: เป็นข้อต่อแบบโค้ง 90 องศา ที่ใช้เชื่อมต่อท่อพลาสติกชนิดร่อง โดยมีคุณสมบัติกันน้ำได้ดี ทำให้สามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือความเปียกได้อย่างปลอดภัย.
ท่อเฟล็กซ์อ่อน หรือ ท่ออ่อนร้อยสายไฟ PA/PE (Flexible Conduit) คือ ท่อพลาสติกที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องสายไฟหรือสายเคเบิลในงานต่าง ๆ โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ท่อ PA (Polyamide) มีความแข็งแรงและทนทานต่อการเสียดสี บีบอัด และสารเคมี เหมาะสำหรับงานที่ต้องการท่อที่ทนทานในสภาพแวดล้อมที่มีการเสียดสีหรือแรงกด ท่อ PE (Polyethylene) มีคุณสมบัติความยืดหยุ่นสูง สามารถดัดโค้งได้ง่าย
อธิบายสรุป ท่อ Conduit ร้อยสายไฟแบบผ่ากลาง (Split Type Conduit) เป็นท่อที่มีการออกแบบให้มีรอยผ่าตลอดความยาวด้านข้าง เพื่อให้สามารถเปิดและปิดท่อได้ง่ายโดยไม่ต้องถอดหรือรื้อสายไฟออก ทำให้การติดตั้งและการบำรุงรักษาสะดวกยิ่งขึ้น ท่อชนิดนี้ทำจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น โพลีเอทิลีน (PE) ซึ่งทนทานต่อสารเคมีและสามารถดัดโค้งได้ง่าย เหมาะสำหรับการเดินสายไฟในพื้นที่ที่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มสายไฟในภายหลัง ช่วยป้องกันความเสียหายจากการสัมผัสกับสภาพแวดล้อมและลดการบีบอัดของสายไฟ อีกทั้งยังช่วยให้การจัดการและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้าง่ายและสะดวก