สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

รางกระดูกงู Heavy Duty
รางกระดูกงู Heavy Duty

รางกระดูกงู Heavy Duty

ในระบบเครื่องจักรกลและระบบอัตโนมัติที่มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการจัดการสายไฟ (Cable Management) ให้มีความเป็นระเบียบและปลอดภัย Plastic Cable Drag Chain หรือ รางกระดูกงูรุ่น Heavy Duty คืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับภาระงานหนักโดยเฉพาะ ช่วยป้องกันสายไฟและสายส่งลมจากการเสียดสี การหักงอ และการพันกันในระหว่างการทำงาน

ทำไมต้องเลือกใช้รางกระดูกงูของเรา?

รางกระดูกงู ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานและการติดตั้งที่ง่าย รางกระดูกงูรุ่นนี้จึงเหมาะสำหรับเครื่อง CNC, แขนกลโรบอท, เครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม และระบบสายพานลำเลียงทุกประเภท ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงสายไฟและลดเวลา Down-time ของเครื่องจักรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอใบเสนอราคา กรุณาตรวจสอบขนาดภายในที่ต้องการ (Inside Height x Width) เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนสายไฟของคุณ พร้อมระบุรูปแบบที่ต้องการ (แบบโปร่ง หรือ แบบทึบ) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน

ขนาดและสเปค (SIZE DIMENSION)
SIZE 25
Type Inside (H+W) Outer (H+W) Bridge
TZP-630125 × 2540.5 × 461,170.-
TZP-630225 × 3840.5 × 591,250.-
TZP-630525 × 5740.5 × 781,480.-
TZP-630625 × 7740.5 × 981,690.-
TZP-630725 × 10340.5 × 1241,900.-
🎧Bending Radius : 55, 75, 100, 125, 150 mm
SIZE 56
Type Inside (H+W) Outer (H+W) Bridge
TZP-632956 × 7583 × 1143,500.-
TZP-633056 × 9583 × 134Contact
TZP-633156 × 12583 × 1644,200.-
TZP-633256 × 15083 × 1894,490.-
TZP-633356 × 20083 × 2394,940.-
TZP-633456 × 25083 × 2895,230.-
TZP-633556 × 30083 × 3395,780.-
TZP-633656 × 40083 × 4396,260.-
🎧Bending Radius : 150, 200, 250, 300, 350, 400 mm
SIZE 35
Type Inside (H+W) Outer (H+W) Bridge
TZP-630835 × 5054 × 801,690.-
TZP-630935 × 6054 × 90Contact
TZP-631035 × 7554 × 1051,890.-
TZP-631135 × 10054 × 1302,050.-
TZP-631235 × 12554 × 1552,150.-
TZP-631335 × 15054 × 1802,350.-
TZP-631435 × 16554 × 195Contact
TZP-631535 × 20054 × 230Contact
TZP-631635 × 25054 × 280Contact
TZP-631735 × 30054 × 330Contact
🎧Bending Radius : 75, 100, 125, 150, 200, 250, 300 mm
SIZE 62
Type Inside (H+W) Outer (H+W) Bridge
TZP-633762 × 100106 × 1664,380.-
TZP-633862 × 125106 × 1914,700.-
TZP-633962 × 150106 × 2164,930.-
TZP-634062 × 175106 × 2415,250.-
TZP-634162 × 200106 × 2665,400.-
TZP-634262 × 250106 × 3165,820.-
TZP-634362 × 300106 × 3666,230.-
🎧Bending Radius : 125, 150, 200, 250, 300, 350, 400 mm
SIZE 45
Type Inside (H+W) Outer (H+W) Bridge
TZP-631845 × 5065 × 831,980.-
TZP-631945 × 6065 × 94Contact
TZP-632045 × 7565 × 1082,100.-
TZP-632145 × 10065 × 1332,390.-
TZP-632245 × 12565 × 1582,750.-
TZP-632345 × 15065 × 1833,200.-
TZP-632445 × 16565 × 198Contact
TZP-632545 × 17565 × 208Contact
TZP-632645 × 20065 × 233Contact
TZP-632745 × 25065 × 283Contact
TZP-632845 × 30065 × 333Contact
🎧Bending Radius : 100, 125, 150, 200, 250, 300, 350 mm
SIZE 80
Type Inside (H+W) Outer (H+W) Bridge
TZP-634480 × 75107 × 1156,400.-
TZP-634580 × 95107 × 135Contact
TZP-634680 × 125107 × 1656,900.-
TZP-634780 × 150107 × 1907,300.-
TZP-634880 × 175107 × 215Contact
TZP-634980 × 200107 × 240Contact
TZP-635080 × 250107 × 290Contact
TZP-635180 × 300107 × 340Contact
TZP-635280 × 350107 × 390Contact
TZP-635380 × 400107 × 440Contact
🎧Bending Radius : 125, 150, 200, 250, 300, 350, 400 mm

*ราคาดังกล่าวเป็นราคาตั้ง สอบถามส่วนลดพิเศษได้ที่ผ่ายขายค่ะ

สอบถามส่วนลด ขอใบเสนอราคา
LINE
Line ID : infosiam01
✉
อีเมล : infosiam01@gmail.com
☎
Hotline : 097-262-9000

เจาะลึกโซลูชันการจัดการสายไฟ: รางกระดูกงูพลาสติก รุ่น Heavy Duty (Nylon PA6)

ในโลกของอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ ความเสถียรของเครื่องจักรไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่ซอฟต์แวร์หรือมอเตอร์ประสิทธิภาพสูงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบจัดการสายไฟและสายส่งกำลัง (Cable & Hose Management) ที่ต้องทำงานภายใต้สภาวะการเคลื่อนที่ซ้ำไปซ้ำมาอย่างต่อเนื่อง Plastic Cable Drag Chain รุ่น Heavy Duty ที่ปรากฏในข้อมูลผลิตภัณฑ์นี้ คือหัวใจสำคัญในการยืดอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้าและนิวเมติกในโรงงาน

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบรางกระดูกงูกรุงเทพ และต่างจังหวัด
กล่องไฟสแตนเลส
ราคาตู้-stainless
ตู้ใส่ของสแตนเลส
ตู้ซิงค์สแตนเลส

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ตู้เก็บของสแตนเลส
เชื่อมหูตู้ไฟฟ้าสแตนเลส
เจาะรูตู้ไฟสแตนเลส
ประตู-1-ชั้นสแตนเลสตู้
ขนาดและวิธีการวัดรางกระดูกงู Cable Drag Chain
รายการวัด ค่าที่ต้องตรวจสอบ วิธีการวัด
Inside Height H ภายใน วัดความสูงช่องว่างด้านในของราง จากพื้นด้านในล่างถึงด้านในบน โดยไม่รวมความหนาของตัวราง
Inside Width W ภายใน วัดความกว้างพื้นที่ด้านใน จากผนังด้านในซ้ายถึงผนังด้านในขวา ใช้สำหรับตรวจสอบพื้นที่ใส่สายไฟและสายลม
Outer Height H ภายนอก วัดความสูงรวมของตัวราง จากขอบล่างสุดถึงขอบบนสุด เพื่อเช็กว่าพื้นที่ติดตั้งมีความสูงเพียงพอหรือไม่
Outer Width W ภายนอก วัดความกว้างรวมของตัวราง จากขอบนอกด้านหนึ่งไปยังขอบนอกอีกด้าน เพื่อใช้เทียบกับพื้นที่บนเครื่องจักร
Bending Radius R วัดรัศมีส่วนโค้งของรางขณะพับกลับ หรือเทียบจากสเปกเดิมของผู้ผลิต โดยค่า R ควรเหมาะกับ Minimum Bending Radius ของสายภายใน
Pitch P วัดระยะจากจุดกึ่งกลางของข้อรางหนึ่ง ไปยังจุดกึ่งกลางของข้อถัดไป ใช้ช่วยเทียบรุ่นเดิมเมื่อต้องเปลี่ยนราง
ความยาวราง L วัดความยาวของ Cable Drag Chain ตามแนวรางเมื่อคลี่ออก หรือคำนวณจากระยะ Stroke และตำแหน่ง Fixed / Moving End
End Bracket ขนาดจุดยึด วัดความกว้าง ความยาว และระยะรูยึดของ End Bracket เพื่อให้สามารถติดตั้งแทนรุ่นเดิมได้พอดี
คำแนะนำ: หากต้องการเทียบรางกระดูกงูเดิม ควรวัดอย่างน้อย Inside H × W, Outer H × W, Bending Radius, Pitch, ความยาวราง และขนาด End Bracket พร้อมถ่ายรูปด้านข้าง ด้านบน และบริเวณจุดยึด เพื่อช่วยให้เทียบรุ่นได้แม่นยำมากขึ้น
ข้อแนะนำในการเลือกขนาดรางกระดูกงู
หัวข้อ แนวทางเลือก เหตุผล / สิ่งที่ควรตรวจสอบ
ความสูงภายใน
(Inside Height)
ควรสูงกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟหรือท่อลมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอย่างน้อยประมาณ 10% เพื่อไม่ให้สายถูกกดหรือเสียดสีกับผิวด้านในของรางมากเกินไป โดยเฉพาะขณะรางโค้งตัว
ความกว้างภายใน
(Inside Width)
ควรเผื่อพื้นที่ว่างรวมประมาณ 10-20% จากพื้นที่ที่สายทั้งหมดใช้จริง ช่วยให้สายมีพื้นที่ขยับตัว ลดการเบียดกันและลดแรงเสียดสีเมื่อรางเคลื่อนที่ไป-กลับ
รัศมีการดัดโค้ง
(Bending Radius)
เลือกค่า R ที่ไม่น้อยกว่ารัศมีดัดขั้นต่ำของสายที่ต้องการใช้งาน รัศมีที่มากขึ้นช่วยให้สายโค้งกว้าง ลดความเครียดจากการดัดซ้ำ แต่ต้องตรวจสอบว่าพื้นที่ติดตั้งรองรับวงโค้งได้
จำนวนสายภายใน ควรนับจำนวนสายไฟ สายสัญญาณ สายลม และท่อทั้งหมดก่อนเลือกขนาด หากมีสายหลายเส้น ควรหลีกเลี่ยงการวางซ้อนหรืออัดแน่น เพราะอาจทำให้สายเสียดสีกันมากขึ้น
ขนาดภายนอก
(Outer H × W)
ตรวจสอบขนาดภายนอกของตัวรางเทียบกับพื้นที่ติดตั้งจริง แม้ขนาดภายในจะพอดีกับสาย แต่ตัวรางภายนอกอาจใหญ่เกินพื้นที่ของเครื่องจักรได้
ระยะ Stroke วัดระยะที่ชุดเครื่องจักรเคลื่อนที่จากต้นทางถึงปลายทาง ใช้ประกอบการคำนวณความยาวรางและตำแหน่ง Fixed End / Moving End ให้เหมาะสม
รูปแบบการวางสาย ควรแยกสายที่มีขนาดหรือประเภทต่างกันมาก และใช้ Divider หากจำเป็น ช่วยลดการกดทับและการเสียดสีระหว่างสายไฟกำลัง สายสัญญาณ และสายลม
ความเร็วและความถี่ พิจารณาความเร็วในการเคลื่อนที่และจำนวนรอบการทำงานต่อวัน งานที่เคลื่อนที่เร็วหรือบ่อยควรเลือกรางและสายที่เหมาะกับ Dynamic Motion และงานดัดซ้ำต่อเนื่อง
น้ำหนักสาย ตรวจสอบน้ำหนักรวมของสายทั้งหมดที่อยู่ภายในราง หากน้ำหนักมากเกินไป อาจทำให้รางแอ่น เคลื่อนที่ไม่เรียบ หรือเพิ่มภาระให้ระบบขับเคลื่อน
พื้นที่ติดตั้ง ตรวจสอบความกว้าง ความสูง และพื้นที่สำหรับวงโค้งของราง ควรเผื่อพื้นที่ให้รางพับและคลายตัวได้โดยไม่ชนโครงเครื่องหรืออุปกรณ์อื่น
สรุป: การเลือกรางกระดูกงูไม่ควรดูเฉพาะ Inside H × W เท่านั้น ควรพิจารณาร่วมกันทั้งขนาดสาย จำนวนสาย Bending Radius, Outer Dimension, ระยะ Stroke, น้ำหนักสาย และพื้นที่ติดตั้งจริง เพื่อให้รางและสายสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างเหมาะสมและลดการสึกหรอในระยะยาว

การออกแบบเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย

การเลือกวัสดุสำหรับงานโครงการขนาดใหญ่ จำเป็นต้องดูที่ตัวเลขสมรรถนะ (Specification) เป็นหลัก ท่อลมอลูมิเนียมฟอยล์ซีรีส์นี้มาพร้อมกับค่าตัวเลขที่น่าประทับใจ Pressure Resistance: รองรับแรงดันลมได้สูงถึง 3,000 Pa เหมาะสำหรับระบบ Air Handling Unit (AHU) ที่มีกำลังส่งสูง Air Velocity: ทนทานต่อความเร็วลมได้ถึง 30 เมตร/วินาที โดยไม่เกิดการฉีกขาดหรือสั่นสะเทือนจนเกิดเสียงดัง Variety of Sizes: มีขนาดให้เลือกตั้งแต่วงแคบ 4 นิ้ว สำหรับที่พักอาศัย ไปจนถึงขนาดใหญ่ 24 นิ้ว สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม การมีตัวเลือกทั้งรุ่น 16K (AH-213) และ 24K (AH-214) ช่วยให้ผู้ออกแบบสามารถเลือกสเปกที่เหมาะสมกับงบประมาณและความต้องการในการลดเสียงหรือรักษาอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำ

ตารางข้อมูลเชิงเทคนิคและขนาดมิติ (Comprehensive Data Table) เพื่อให้วิศวกรและผู้จัดซื้อสามารถเลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่ติดตั้งได้ ข้อมูลด้านล่างนี้คือรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละซีรีส์:

Seriesขนาดภายใน (H x W)ขนาดภายนอก (H x W)รัศมีการดัดโค้ง (R)ราคาเริ่มต้น (Bridge)
2525×25 ถึง 25×10340.5×46 ถึง 40.5×12455 – 1501,170.-
3535×50 ถึง 35×15054×80 ถึง 54×18075 – 3001,690.-
4545×50 ถึง 45×15065×83 ถึง 65×183100 – 3501,980.-
Seriesขนาดภายใน (H x W)ขนาดภายนอก (H x W)รัศมีการดัดโค้ง (R)ราคาเริ่มต้น (Bridge)
5656×75 ถึง 56×20083×114 ถึง 83×239150 – 4003,500.-
6262×100 (รุ่นสั่งผลิต)106×166125 – 4004,380.-
8080×75 ถึง 80×400107×115 ถึง 107×440125 – 400สอบถามเพิ่มเติม

 

การออกแบบเพื่อการใช้งานที่หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์ถูกแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก เพื่อตอบโจทย์หน้างานที่แตกต่างกัน:

  • Bridge Type (แบบโปร่ง): ออกแบบมาเพื่อให้สายไฟสามารถระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับสายเคเบิลที่มีกระแสไฟสูงหรือทำงานต่อเนื่องจนเกิดความร้อนสะสม นอกจากนี้ยังง่ายต่อการทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพสายไฟด้วยสายตา
  • Enclosed Type (แบบทึบ): เป็นเกราะป้องกันชั้นเลิศสำหรับพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองมาก เศษโลหะจากการกัดชิ้นงาน (Chips) หรือละอองสารเคมี ช่วยไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปทำความเสียหายต่อเปลือกหุ้มสายไฟ
ทางเลือกรางกระดูกงู

วิศวกรรมวัสดุ: ทำไมต้อง Nylon PA6?

วัสดุหลักที่ใช้ผลิตรางกระดูกงูรุ่นนี้คือ Plastic Nylon PA6 (Polyamide 6) ซึ่งได้รับการคัดเลือกมาเพื่อรองรับงานหนักโดยเฉพาะ มีคุณสมบัติเด่นที่สำคัญ 4 ประการ:

  • Mechanical Strength: มีความแข็งแรงเชิงกลสูง ทนต่อแรงดึงและแรงบิดจากการเคลื่อนที่ของเครื่องจักรที่มีความเร็วสูง
  • Thermal Stability: รองรับการทำงานในสภาพแวดล้อมที่สุดขั้ว ตั้งแต่ห้องเย็น -30°C ไปจนถึงสภาพแวดล้อมใกล้เตาหลอมหรือเครื่องจักรที่เกิดความร้อนสูงถึง +130°C
  • Flame Retardancy: ปลอดภัยด้วยมาตรฐานการลามไฟ HB(L94) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยในสถานประกอบการ
  • Wear Resistance: มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำ ช่วยลดการสึกหรอของทั้งตัวรางเองและสายไฟที่บรรจุอยู่ภายใน

สรุปการใช้งาน

รางกระดูกงูพลาสติก Nylon PA6 รุ่นนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์เสริม แต่เป็นอุปกรณ์ป้องกันเชิงวิศวกรรมที่จำเป็นสำหรับเครื่องจักร CNC, แขนกลโรบอท, และระบบลำเลียงอัตโนมัติ ด้วยตัวเลือกมิติที่กว้างขวางและความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่รุนแรง จึงเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมในปัจจุบัน หมายเหตุ: สำหรับการติดตั้ง ควรเลือกใช้ End Bracket (ตัวยึดหัว-ท้าย) ที่ตรงรุ่นเพื่อการยึดเหนี่ยวที่มั่นคง โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 150.- ถึง 400.- บาท ตามขนาดของซีรีส์

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรางร้อยสายไฟ

รวมคำถามเกี่ยวกับรางกระดูกงูร้อยสายไฟ หรือ Cable Drag Chain สำหรับจัดระเบียบและป้องกันสายไฟ สายสัญญาณ และท่อลมในเครื่องจักร ตั้งแต่การเลือก Inside Size และ Bending Radius แบบเปิดหรือแบบปิด วัสดุพลาสติกและโลหะ ไปจนถึงข้อมูลที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

01
รางร้อยสายไฟ Cable Drag Chain เหมาะกับงานประเภทใด?
เหมาะกับเครื่องจักร ที่สายไฟหรือสายสัญญาณ ต้องเคลื่อนที่ไป-กลับอย่างต่อเนื่อง เช่น CNC เครื่องจักรอัตโนมัติ Conveyor และระบบ Motion ตัวรางช่วยจัดแนวสาย ไม่ให้พันกันหรือถูกลากกับโครงเครื่อง พร้อมควบคุมแนวการโค้งของสาย ให้เคลื่อนที่เป็นระเบียบ และช่วยลดการเสียดสี ระหว่างการทำงาน
02
ควรเลือกขนาดรางร้อยสายไฟและ Bending Radius อย่างไร?
ควรเริ่มจากวัดจำนวน และเส้นผ่านศูนย์กลางของสายทั้งหมด แล้วเลือก Inside Width และ Inside Height ให้มีพื้นที่เหลือ ไม่ควรใส่สายจนแน่นเต็มราง จากนั้นเลือก Bending Radius หรือค่า R ให้ไม่น้อยกว่ารัศมีดัด ที่สายไฟหรือท่อขนาดใหญ่ที่สุดรองรับ เพื่อป้องกันสายถูกบังคับโค้งมากเกินไป
คำถามที่ควรรู้ก่อนเลือกรางร้อยสายไฟ กดที่คำถามเพื่อดูรายละเอียด
03   รางแบบเปิดกับแบบปิดทึบควรเลือกแบบไหน?
รางแบบเปิดเหมาะกับงาน ที่ต้องการตรวจสอบ เพิ่ม หรือเปลี่ยนสายได้สะดวก และช่วยระบายความร้อนภายในรางได้ดี ส่วนแบบปิดหรือ Enclosed Type เหมาะกับพื้นที่ที่มีฝุ่น เศษโลหะ เศษวัสดุ หรือสิ่งแปลกปลอม ที่อาจตกเข้าสู่สายด้านใน จึงควรเลือกรูปแบบราง จากสภาพแวดล้อม และความถี่ในการบำรุงรักษา
04   รางพลาสติก PA6 กับรางเหล็กหรือสแตนเลสต่างกันอย่างไร?
รางพลาสติก PA6 มีน้ำหนักเบา เหมาะกับเครื่องจักรทั่วไป และระบบที่ต้องเคลื่อนที่รวดเร็ว ส่วนรางเหล็กชุบกัลวาไนซ์ หรือรางสแตนเลส มีโครงสร้างแข็งแรงกว่า เหมาะกับงานหนัก สายจำนวนมาก สภาพแวดล้อมอุตสาหกรรม หรือบริเวณที่ต้องการ ความแข็งแรงและความทนทานสูงขึ้น
05   ควรเหลือพื้นที่ว่างภายในรางสำหรับสายไฟเท่าไร?
ไม่ควรใส่สาย จนแน่นเต็มพื้นที่ภายในราง ควรเผื่อช่องว่าง ระหว่างสายกับตัวราง รวมถึงระหว่างสายแต่ละเส้น เพื่อให้สายสามารถเคลื่อนตัว ขณะรางโค้งได้อย่างอิสระ โดยแนวทางทั่วไป สามารถเผื่อพื้นที่ประมาณ 10–20% จากขนาดสายจริง และควรเพิ่ม Separator หากมีสายหลายชนิด หรือขนาดแตกต่างกันมาก
06   ทำไมค่า Bending Radius หรือค่า R จึงสำคัญ?
ค่า Bending Radius เป็นตัวกำหนดความโค้ง ของรางขณะเคลื่อนที่ หากเลือกค่า R เล็กเกินไป สายไฟ สายสัญญาณ หรือท่อลมภายใน อาจถูกบังคับโค้งมากเกินข้อกำหนด ทำให้เกิดความเค้น และลดอายุการใช้งานของสาย จึงควรตรวจสอบ Minimum Bending Radius ของสายที่ใหญ่หรือแข็งที่สุด ก่อนเลือกราง
07   รางร้อยสายไฟใช้กับสายไฟและท่อลมพร้อมกันได้หรือไม่?
สามารถใช้ร่วมกันได้ หากรางมีพื้นที่ภายในเพียงพอ และจัดวางสายอย่างเหมาะสม ควรแยกสายไฟ สายสัญญาณ และท่อลม ไม่ให้กดทับหรือเสียดสีกัน หากจำนวนสายมาก สามารถใช้ Separator แบ่งพื้นที่ภายในราง เพื่อควบคุมแนวการเคลื่อนที่ และช่วยให้ตรวจสอบ หรือเปลี่ยนสายภายหลังได้ง่ายขึ้น
08   ก่อนสั่งซื้อรางร้อยสายไฟควรแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรแจ้งจำนวนและขนาด ของสายไฟ สายสัญญาณ หรือท่อลมที่จะใส่ภายในราง พร้อม Inside Width, Inside Height และ Bending Radius ที่ต้องการ รวมถึงระยะเคลื่อนที่ของเครื่องจักร ความยาวราง ความเร็วในการเคลื่อนที่ และสภาพแวดล้อมหน้างาน เช่น ฝุ่น น้ำ ความร้อน หรือเศษโลหะ เพื่อเลือกรูปแบบและวัสดุ ของรางให้เหมาะสม