01
ราคาตู้สแตนเลสขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
ราคาตู้สแตนเลสไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพียงอย่างเดียว
แต่ยังขึ้นอยู่กับเกรดสแตนเลส
ความหนาของแผ่น รูปแบบของตู้
ระดับการป้องกันน้ำและฝุ่น
รวมถึงงานเพิ่มเติม เช่น หลังคาสโลป
ประตู 2 ชั้น บานกระจก
รูเจาะสำหรับอุปกรณ์ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ
ดังนั้นตู้ที่มีขนาดเท่ากัน
อาจมีราคาแตกต่างกันตามสเปกที่เลือก
02
ทำไมตู้สแตนเลสขนาดเท่ากันจึงมีราคาต่างกัน?
แม้ขนาด W × H × D จะเท่ากัน
แต่โครงสร้างและรายละเอียดของตู้
อาจแตกต่างกัน เช่น รุ่นมาตรฐาน
รุ่นที่เพิ่มหลังคา
รุ่น 2 ชั้น หรือรุ่นที่มีอุปกรณ์เพิ่มเติม
รวมถึงเกรดและความหนาของสแตนเลส
จึงควรเปรียบเทียบรายละเอียดของแต่ละรุ่น
ควบคู่กับราคา ไม่ควรเลือกจากขนาดภายนอกเพียงอย่างเดียว
คำถามที่ควรรู้ก่อนเปรียบเทียบราคาตู้สแตนเลส
กดที่คำถามเพื่อดูรายละเอียด
03 ตู้สแตนเลส 304 กับ 316L ราคาต่างกันเพราะอะไร?
Stainless Steel 304 เป็นเกรดที่นิยมใช้กับ
ตู้ไฟและงานอุตสาหกรรมทั่วไป
ส่วน Stainless Steel 316 หรือ 316L
เหมาะกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อนสูงขึ้น
เช่น บริเวณใกล้ทะเล มีไอเค็ม
ความชื้นสูง หรือสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีบางประเภท
ต้นทุนวัสดุของ 316/316L จึงสูงกว่า 304
และส่งผลให้ราคาตู้สูงขึ้นตามไปด้วย
ควรเลือกเกรดตามสภาพแวดล้อมจริง
ไม่จำเป็นต้องเลือกเกรดสูงกว่าความต้องการของหน้างานเสมอไป
04 ความหนา 1.2, 1.5 หรือ 2.0 มม. มีผลต่อราคาตู้หรือไม่?
มีผลโดยตรง เพราะแผ่นสแตนเลสที่หนาขึ้น
ใช้วัสดุมากขึ้นและมีความแข็งแรงมากขึ้น
สามารถช่วยรองรับน้ำหนักอุปกรณ์
และลดโอกาสการบิดงอหรือบุบของตัวตู้
สำหรับตู้ขนาดใหญ่หรืองานที่ติดตั้งอุปกรณ์หนัก
จึงอาจเหมาะกับแผ่นที่หนากว่า
อย่างไรก็ตามระดับ IP ของตู้
ต้องพิจารณาจากโครงสร้าง ซีล ประตู
จุดเข้าสาย และการประกอบทั้งระบบร่วมกัน
ไม่ได้พิจารณาจากความหนาของแผ่นเพียงอย่างเดียว
05 ตู้หลังคาสโลปราคาแพงกว่าตู้แบบไม่มีหลังคาหรือไม่?
โดยทั่วไปโครงสร้างที่เพิ่มหลังคาสโลป
มีงานตัด พับ เชื่อม และใช้วัสดุเพิ่มจากตู้รูปแบบพื้นฐาน
จึงอาจมีราคาสูงขึ้น
จุดเด่นของหลังคาสโลปคือช่วยลดการสะสมของน้ำ
บริเวณด้านบนของตู้
จึงเหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง
หรือบริเวณที่มีโอกาสสัมผัสน้ำ
แต่ควรพิจารณาระดับ IP
และรายละเอียดการซีลของตู้ร่วมด้วย
06 ตู้ IP65 กับ IP66 ทำให้ราคาแตกต่างกันหรือไม่?
อาจแตกต่างกันตามโครงสร้างและสเปกของแต่ละรุ่น
เนื่องจากระดับการป้องกันน้ำและฝุ่น
เกี่ยวข้องกับการออกแบบประตู
ซีลยาง จุดเชื่อมต่อ และจุดเข้าสาย
หากหน้างานต้องการ IP66
ควรเลือกตู้และอุปกรณ์ประกอบ
ที่รองรับระดับดังกล่าวอย่างเหมาะสม
ไม่ควรเลือก IP สูงกว่าโดยไม่จำเป็น
แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการลดสเปก
เพียงเพื่อประหยัดราคาในพื้นที่ที่มีน้ำหรือฝุ่นมาก
07 งานเจาะรู HMI ปุ่มกด หรือ Cable Gland มีผลต่อราคาหรือไม่?
มีผล เนื่องจากเป็นงานเพิ่มเติมจากตัวตู้มาตรฐาน
เช่น การเจาะรูสำหรับ Push Button
ไฟแสดงสถานะ มิเตอร์ HMI
พัดลม บานเกล็ด หรือ Cable Gland
จำนวนรู ขนาดรู รูปทรง
และความซับซ้อนของแบบ
สามารถทำให้ต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน
หากมี Drawing หรือแบบระบุตำแหน่งรูครบถ้วน
จะช่วยให้ประเมินราคาได้แม่นยำขึ้น
และลดการแก้ไขหน้างานภายหลัง
08 ต้องแจ้งข้อมูลอะไรเพื่อขอราคาตู้สแตนเลสให้แม่นยำ?
ควรแจ้งขนาดตู้ กว้าง × สูง × ลึก
เกรดสแตนเลสที่ต้องการ
ความหนาของแผ่น
รูปแบบประตูและหลังคา
ระดับ IP
จำนวนและตำแหน่งรูเจาะ
อุปกรณ์เสริมที่ต้องการ
จำนวนตู้ที่สั่งผลิต
และลักษณะพื้นที่ติดตั้ง
เช่น ภายในอาคาร กลางแจ้ง
ใกล้ทะเล หรือบริเวณที่มีสารเคมี
หากมี Drawing หรือภาพหน้างาน
ควรแนบมาพร้อมการขอราคา
เพื่อให้ประเมินสเปกและราคาได้ตรงกับงานมากขึ้น