สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

ราคาตู้สแตนเลสหลังคาสโลป

ราคาตู้สแตนเลส

ราคาตู้สแตนเลสขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับงาน

ตู้สแตนเลสแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกันมาก แม้จะเป็นตู้ที่มีลักษณะคล้ายกัน เพราะต้นทุนของตู้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับเกรดวัสดุ ความหนา รูปแบบตู้ ระดับการกันน้ำ งานสั่งผลิตพิเศษ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ดังนั้นก่อนเลือกซื้อตู้สแตนเลส ควรเข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อราคา เพื่อให้เลือกตู้ได้เหมาะกับหน้างานและคุ้มค่ากับงบประมาณมากที่สุด

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาคือ ขนาดของตู้สแตนเลส

ราคาตู้สแตนเลสคือ ขนาดม่ว่าจะเป็นความกว้าง ความสูง และความลึก ยิ่งตู้มีขนาดใหญ่ก็ยิ่งใช้แผ่นสแตนเลสมากขึ้น ทำให้ต้นทุนวัสดุ งานตัด งานพับ และงานประกอบเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะตู้ที่มีความลึกมาก หรือตู้ขนาดใหญ่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าจำนวนมาก ราคาจะสูงกว่าตู้ขนาดเล็กทั่วไป เพราะต้องใช้โครงสร้างที่แข็งแรงและรองรับน้ำหนักอุปกรณ์ภายในได้ดี อีกปัจจัยสำคัญคือ เกรดของสแตนเลส ที่นำมาใช้ผลิตตู้ โดยทั่วไปตู้สแตนเลสที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมมักผลิตจากสแตนเลส 304 ซึ่งเหมาะกับงานทั่วไป งานโรงงาน งานไฟฟ้า และพื้นที่ที่ต้องการความทนทานต่อสนิม แต่ถ้าใช้งานในพื้นที่ที่มีไอเค็ม สารเคมี ความชื้นสูง หรือใกล้ทะเล อาจต้องเลือกสแตนเลส 316 หรือ 316L ซึ่งมีความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีกว่า แต่ราคาก็จะสูงกว่าสแตนเลส 304 ตามคุณสมบัติของวัสดุ

ผลิตตู้สแตนเลส304
คุณสมบัติเด่น (KEY PROPERTIES)
Material:
Stainless Steel 304 / 316L
Material (Body):
Stainless Steel Hairline
Thickness of stainless steel:
1.5 – 2 mm.
Seal:
Spong Rubber (ซีลยางกันน้ำ)
Standard:
IP66
🔧
Impact resistance:
IK10
ขนาดและสเปก (SIZE & SPECIFICATIONS)
No. Outside
W × H × D (mm.)
รุ่นมาตรฐาน (Standard Models)
SA-72 SB-73 SC-74
0S 200 × 250 × 150 Contact Contact Contact
01 200 × 300 × 150 5,000 Contact Contact
02 280 × 350 × 150 5,650 6,050 6,450
03 300 × 450 × 150 6,250 6,650 7,050
04 350 × 450 × 150 6,875 7,375 7,875
05 300 × 450 × 200 6,900 7,400 7,900
06 350 × 450 × 200 7,440 8,040 8,640
07 350 × 500 × 200 8,060 8,660 9,260
08 400 × 500 × 200 9,900 10,600 11,300
09 450 × 500 × 200 9,920 10,720 11,320
10 450 × 600 × 250 11,160 11,960 12,760
11 500 × 600 × 200 14,800 15,700 16,400
12 500 × 600 × 250 13,530 14,430 15,330
13 550 × 700 × 250 15,000 16,000 16,800
14 600 × 800 × 250 16,250 17,250 18,450
15 600 × 900 × 250 17,500 18,500 19,700

*ราคาดังกล่าวเป็นราคาตั้ง สอบถามส่วนลดพิเศษได้ที่ผ่ายขายค่ะ

ความหนาของแผ่นสแตนเลสมีผลต่อราคาตู้สแตนเลสหรือไม่?

ความหนาของแผ่นสแตนเลส ก็เป็นอีกจุดที่ทำให้ราคาต่างกัน ตู้ที่ใช้แผ่นหนาจะมีความแข็งแรงมากกว่า ทนต่อแรงกระแทกและการบิดงอได้ดีกว่า เหมาะกับงานหนักหรือตู้ขนาดใหญ่ แต่ต้นทุนก็จะสูงขึ้นตามความหนาของวัสดุ เช่น ตู้ที่ใช้แผ่น 1.2 มม. จะมีราคาสูงกว่าตู้ที่ใช้แผ่น 1.0 มม. และตู้ที่ใช้แผ่น 1.5–2.0 มม. ก็จะเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ รูปแบบของตู้ก็มีผลต่อราคาเช่นกัน เช่น ตู้สแตนเลสฝาทึบ 1 ชั้น จะมีราคาประหยัดกว่าตู้แบบ 2 ชั้น เพราะมีโครงสร้างเรียบง่ายกว่า ส่วน ตู้สแตนเลส 2 ชั้น หรือแบบมีประตูใน จะมีราคาสูงขึ้น เนื่องจากมีชิ้นส่วนเพิ่มและมีงานประกอบมากกว่า เหมาะกับงานที่ต้องการแยกชุดคอนโทรลด้านหน้าออกจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน นอกจากนี้ตู้แบบบานกระจกหรือบานอะคริลิกก็จะมีราคาสูงขึ้น เพราะต้องมีงานเจาะช่อง ใส่กระจก ใส่ซีล และประกอบเพิ่มเติม

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด
กล่องไฟสแตนเลส
ราคาตู้-stainless
ตู้ใส่ของสแตนเลส
ตู้ซิงค์สแตนเลส

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ตู้เก็บของสแตนเลส
เชื่อมหูตู้ไฟฟ้าสแตนเลส
เจาะรูตู้ไฟสแตนเลส
ประตู-1-ชั้นสแตนเลสตู้
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาตู้สแตนเลส
ราคาตู้คอนโทรลสแตนเลสแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกันตามขนาด วัสดุ รูปแบบตู้ และรายละเอียดการผลิต โดยเฉพาะตู้สแตนเลสสั่งผลิต ตู้กันน้ำ หรือตู้หลังคาสโลป ที่ต้องพิจารณาจากลักษณะหน้างานและอุปกรณ์ที่จะติดตั้งภายใน เช่น
✓ ขนาดตู้ กว้าง × สูง × ลึก ✓ เกรดสแตนเลส 304 / 316 / 316L
✓ ความหนาของแผ่นสแตนเลส ✓ รูปแบบตู้ ฝาทึบ กระจก หรือ 2 ชั้น
✓ ระดับกันน้ำกันฝุ่น IP65 / IP66 ✓ รูปแบบหลังคาเรียบ หรือหลังคาสโลป
✓ งานเจาะรู ติดตั้งปุ่มกด มิเตอร์ หรือ HMI ✓ อุปกรณ์เสริม เช่น เพลท หูยึด ฐานตู้ พัดลม
✓ งานสั่งผลิตพิเศษตามแบบหน้างาน ✓ จำนวนสั่งผลิต และความซับซ้อนของงาน

การเลือกสำหรับงานติดตั้งตู้คอนโทรลสแตนเลสภายนอกอาคาร

สำหรับงานติดตั้งภายนอกอาคาร ตู้สแตนเลสหลังคาสโลป มักมีราคาสูงกว่าตู้หลังคาปกติเล็กน้อย เพราะมีงานพับและงานประกอบหลังคาเพิ่มขึ้น แต่ข้อดีคือช่วยให้น้ำไหลลงได้ง่าย ลดปัญหาน้ำขังบนหลังคาตู้ เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง พื้นที่ฝนสาด หรือบริเวณที่มีความชื้นสูง หากต้องการใช้งานในพื้นที่ภายนอกหรืองานระบบไฟฟ้าที่ต้องการความทนทาน การเลือกตู้หลังคาสโลปถือว่าคุ้มค่ากว่าในระยะยาว ระดับการป้องกันน้ำและฝุ่น เช่น IP65 หรือ IP66 ก็มีผลต่อราคา ตู้ที่ต้องการกันน้ำกันฝุ่นสูงจะต้องมีงานซีลที่ดี ขอบพับแน่นหนา ระบบล็อกแข็งแรง และงานประกอบที่ละเอียดกว่าตู้ทั่วไป เพื่อป้องกันน้ำ ฝุ่น หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ภายในตู้ โดยเฉพาะตู้ที่ใช้ติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์ อินเวอร์เตอร์ คอนแทคเตอร์ PLC หรือชุดควบคุมต่าง ๆ การเลือกตู้ที่มีค่าป้องกันเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของอุปกรณ์ภายในได้มาก

เลือกตู้สแตนเลสแบบไหนดีให้เหมาะกับหน้างาน
การเลือกตู้สแตนเลสควรพิจารณาจากลักษณะพื้นที่ติดตั้ง สภาพแวดล้อม อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตู้ และระดับการป้องกันที่ต้องการ เพื่อให้ตู้ใช้งานได้ทนทาน ปลอดภัย และคุ้มค่ากับงบประมาณ เช่น
✓ งานภายในอาคาร เลือกตู้ฝาทึบมาตรฐาน ✓ งานกลางแจ้ง เลือกตู้กันน้ำ IP65 / IP66
✓ พื้นที่ฝนสาด เลือกตู้หลังคาสโลป ✓ พื้นที่ชื้นหรือใกล้ทะเล เลือกสแตนเลส 316
✓ งานคอนโทรลเครื่องจักร เลือกตู้มีเพลทด้านใน ✓ งานที่ต้องดูสถานะ เลือกตู้บานกระจกหรืออะคริลิก
✓ งานที่ต้องกดสวิตช์บ่อย เลือกตู้ 2 ชั้น ✓ งานอุปกรณ์เยอะ ควรเผื่อขนาดตู้ให้ใหญ่ขึ้น
✓ งานระบายความร้อน เลือกเพิ่มพัดลมหรือช่องระบายอากาศ ✓ งานติดตั้งเฉพาะจุด ควรสั่งเจาะรูตามแบบหน้างาน
stainless enclosure

งานสั่งผลิตพิเศษก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ราคาตู้สแตนเลสสูงขึ้น เช่น การเจาะรูใส่ปุ่มกด ไฟแสดงสถานะ มิเตอร์ หน้าจอ HMI พัดลมระบายอากาศ ช่องร้อยสายไฟ หรือช่องใส่อุปกรณ์เฉพาะทาง ยิ่งมีจำนวนรูมากหรือรูปแบบซับซ้อน ราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามค่าแรง ค่าเลเซอร์ และเวลาการผลิต รวมถึงงานพิเศษอย่างการเพิ่มหูยึดตู้ ฐานตู้ เพลทติดตั้งอุปกรณ์ ช่องระบายอากาศ หรือ Gland Plate ก็ล้วนมีผลต่อราคาทั้งหมด

นอกจากนี้ จำนวนการสั่งผลิต ก็มีผลต่อราคาต่อใบ หากสั่งผลิตเพียง 1 ใบ ราคาต่อใบอาจสูงกว่า เพราะต้องมีค่าเตรียมงาน ตั้งเครื่อง ตัด พับ และประกอบเฉพาะชิ้น แต่ถ้าสั่งหลายใบในขนาดและรูปแบบเดียวกัน ราคาต่อใบอาจประหยัดขึ้น เนื่องจากสามารถผลิตซ้ำได้ง่ายและลดต้นทุนการตั้งงานลง

สรุปการใช้งาน

โดยสรุป ราคาตู้สแตนเลสขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ขนาดตู้ เกรดสแตนเลส ความหนาของแผ่น รูปแบบประตู ลักษณะหลังคา ระดับกันน้ำกันฝุ่น งานเจาะรู งานสั่งผลิตพิเศษ อุปกรณ์เสริม และจำนวนที่สั่งผลิต หากต้องการใช้งานทั่วไปภายในอาคาร อาจเลือกตู้มาตรฐานเพื่อประหยัดงบประมาณ แต่ถ้าเป็นงานกลางแจ้ง พื้นที่เปียกชื้น หรืองานอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทาน ควรเลือกตู้สแตนเลสคุณภาพดี เช่น ตู้สแตนเลสหลังคาสโลป หรือรุ่นกันน้ำ IP66 เพื่อให้ใช้งานได้ปลอดภัย แข็งแรง และคุ้มค่าในระยะยาว

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาตู้สแตนเลส

รวมคำถามก่อนเลือกซื้อตู้สแตนเลสสำหรับงานไฟฟ้าและงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ขนาดตู้ เกรดสแตนเลส ความหนาของแผ่น รูปแบบหลังคา ระดับ IP ไปจนถึงงานเจาะและงานผลิตตามแบบ

01
ราคาตู้สแตนเลสขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง?
ราคาตู้สแตนเลสไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเกรดสแตนเลส ความหนาของแผ่น รูปแบบของตู้ ระดับการป้องกันน้ำและฝุ่น รวมถึงงานเพิ่มเติม เช่น หลังคาสโลป ประตู 2 ชั้น บานกระจก รูเจาะสำหรับอุปกรณ์ และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ดังนั้นตู้ที่มีขนาดเท่ากัน อาจมีราคาแตกต่างกันตามสเปกที่เลือก
02
ทำไมตู้สแตนเลสขนาดเท่ากันจึงมีราคาต่างกัน?
แม้ขนาด W × H × D จะเท่ากัน แต่โครงสร้างและรายละเอียดของตู้ อาจแตกต่างกัน เช่น รุ่นมาตรฐาน รุ่นที่เพิ่มหลังคา รุ่น 2 ชั้น หรือรุ่นที่มีอุปกรณ์เพิ่มเติม รวมถึงเกรดและความหนาของสแตนเลส จึงควรเปรียบเทียบรายละเอียดของแต่ละรุ่น ควบคู่กับราคา ไม่ควรเลือกจากขนาดภายนอกเพียงอย่างเดียว
คำถามที่ควรรู้ก่อนเปรียบเทียบราคาตู้สแตนเลส กดที่คำถามเพื่อดูรายละเอียด
03   ตู้สแตนเลส 304 กับ 316L ราคาต่างกันเพราะอะไร?
Stainless Steel 304 เป็นเกรดที่นิยมใช้กับ ตู้ไฟและงานอุตสาหกรรมทั่วไป ส่วน Stainless Steel 316 หรือ 316L เหมาะกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อนสูงขึ้น เช่น บริเวณใกล้ทะเล มีไอเค็ม ความชื้นสูง หรือสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีบางประเภท ต้นทุนวัสดุของ 316/316L จึงสูงกว่า 304 และส่งผลให้ราคาตู้สูงขึ้นตามไปด้วย ควรเลือกเกรดตามสภาพแวดล้อมจริง ไม่จำเป็นต้องเลือกเกรดสูงกว่าความต้องการของหน้างานเสมอไป
04   ความหนา 1.2, 1.5 หรือ 2.0 มม. มีผลต่อราคาตู้หรือไม่?
มีผลโดยตรง เพราะแผ่นสแตนเลสที่หนาขึ้น ใช้วัสดุมากขึ้นและมีความแข็งแรงมากขึ้น สามารถช่วยรองรับน้ำหนักอุปกรณ์ และลดโอกาสการบิดงอหรือบุบของตัวตู้ สำหรับตู้ขนาดใหญ่หรืองานที่ติดตั้งอุปกรณ์หนัก จึงอาจเหมาะกับแผ่นที่หนากว่า อย่างไรก็ตามระดับ IP ของตู้ ต้องพิจารณาจากโครงสร้าง ซีล ประตู จุดเข้าสาย และการประกอบทั้งระบบร่วมกัน ไม่ได้พิจารณาจากความหนาของแผ่นเพียงอย่างเดียว
05   ตู้หลังคาสโลปราคาแพงกว่าตู้แบบไม่มีหลังคาหรือไม่?
โดยทั่วไปโครงสร้างที่เพิ่มหลังคาสโลป มีงานตัด พับ เชื่อม และใช้วัสดุเพิ่มจากตู้รูปแบบพื้นฐาน จึงอาจมีราคาสูงขึ้น จุดเด่นของหลังคาสโลปคือช่วยลดการสะสมของน้ำ บริเวณด้านบนของตู้ จึงเหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง หรือบริเวณที่มีโอกาสสัมผัสน้ำ แต่ควรพิจารณาระดับ IP และรายละเอียดการซีลของตู้ร่วมด้วย
06   ตู้ IP65 กับ IP66 ทำให้ราคาแตกต่างกันหรือไม่?
อาจแตกต่างกันตามโครงสร้างและสเปกของแต่ละรุ่น เนื่องจากระดับการป้องกันน้ำและฝุ่น เกี่ยวข้องกับการออกแบบประตู ซีลยาง จุดเชื่อมต่อ และจุดเข้าสาย หากหน้างานต้องการ IP66 ควรเลือกตู้และอุปกรณ์ประกอบ ที่รองรับระดับดังกล่าวอย่างเหมาะสม ไม่ควรเลือก IP สูงกว่าโดยไม่จำเป็น แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงการลดสเปก เพียงเพื่อประหยัดราคาในพื้นที่ที่มีน้ำหรือฝุ่นมาก
07   งานเจาะรู HMI ปุ่มกด หรือ Cable Gland มีผลต่อราคาหรือไม่?
มีผล เนื่องจากเป็นงานเพิ่มเติมจากตัวตู้มาตรฐาน เช่น การเจาะรูสำหรับ Push Button ไฟแสดงสถานะ มิเตอร์ HMI พัดลม บานเกล็ด หรือ Cable Gland จำนวนรู ขนาดรู รูปทรง และความซับซ้อนของแบบ สามารถทำให้ต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน หากมี Drawing หรือแบบระบุตำแหน่งรูครบถ้วน จะช่วยให้ประเมินราคาได้แม่นยำขึ้น และลดการแก้ไขหน้างานภายหลัง
08   ต้องแจ้งข้อมูลอะไรเพื่อขอราคาตู้สแตนเลสให้แม่นยำ?
ควรแจ้งขนาดตู้ กว้าง × สูง × ลึก เกรดสแตนเลสที่ต้องการ ความหนาของแผ่น รูปแบบประตูและหลังคา ระดับ IP จำนวนและตำแหน่งรูเจาะ อุปกรณ์เสริมที่ต้องการ จำนวนตู้ที่สั่งผลิต และลักษณะพื้นที่ติดตั้ง เช่น ภายในอาคาร กลางแจ้ง ใกล้ทะเล หรือบริเวณที่มีสารเคมี หากมี Drawing หรือภาพหน้างาน ควรแนบมาพร้อมการขอราคา เพื่อให้ประเมินสเปกและราคาได้ตรงกับงานมากขึ้น