
สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล
ท่อลม เป็นส่วนสำคัญของระบบระบายอากาศ ระบบดูดฝุ่น ระบบดูดควัน และระบบลำเลียงอากาศในโรงงานอุตสาหกรรม มีหน้าที่นำอากาศจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง รวมถึงช่วยนำฝุ่น ควัน ไอร้อน หรือเศษวัสดุออกจากพื้นที่ทำงาน การเลือกท่อลมจึงไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่านั้น แต่ควรเลือกชนิดของวัสดุ โครงสร้างท่อ ความยืดหยุ่น และคุณสมบัติให้เหมาะกับลักษณะงานด้วย
ปัจจุบันท่อลมมีให้เลือกหลายรูปแบบ ตั้งแต่ ท่อลมอลูมิเนียมฟอยล์ ท่อลมอลูมิเนียมกึ่งแข็ง ท่อลม PVC ท่อโพลียูรีเทน PU ท่อลมผ้าใบ ท่อลมสแตนเลส ไปจนถึงท่อสไปรัล ซึ่งแต่ละชนิดมีจุดเด่นและเหมาะกับงานแตกต่างกัน การเลือกให้ตรงกับระบบตั้งแต่แรกจึงช่วยให้ติดตั้งได้ง่าย ลดปัญหาท่อชำรุด และช่วยให้ระบบลำเลียงอากาศทำงานได้อย่างเหมาะสม
ท่อลม หรือ Air Duct เป็นทางเดินสำหรับลำเลียงอากาศภายในระบบ สามารถใช้ได้ทั้งการส่งอากาศเข้าและการนำอากาศออกจากพื้นที่ ตัวอย่างเช่น การส่งลมเย็นจากระบบปรับอากาศ การระบายอากาศร้อนออกจากเครื่องจักร การดูดควันจากกระบวนการผลิต หรือการดูดฝุ่นออกจากบริเวณที่มีการเจียร ตัด หรือผลิตชิ้นงาน ในโรงงานอุตสาหกรรม ท่อลมยังสามารถเชื่อมต่อระหว่างเครื่องจักร เครื่องดูดฝุ่น พัดลม โบลเวอร์ Hood หรือระบบกรองอากาศ เพื่อช่วยควบคุมทิศทางการไหลของอากาศและสิ่งปนเปื้อน การเลือกขนาดและวัสดุของท่อให้เหมาะกับระบบจึงมีผลต่อประสิทธิภาพของระบบโดยตรง
งานระบายอากาศทั่วไปที่ต้องการท่อน้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย สามารถเลือกใช้ ท่อลมอลูมิเนียมฟอยล์ ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและสามารถดัดแนวท่อเพื่อเชื่อมต่อกับช่องลมหรืออุปกรณ์ได้สะดวก เหมาะสำหรับงานระบายอากาศ ดูดควัน และระบบแอร์ดักท์หากต้องการท่อที่สามารถดัดแล้วคงรูปได้มากกว่าแบบฟอยล์ สามารถเลือก ท่อลมอลูมิเนียมกึ่งแข็ง หรือ Semi Rigid Aluminum Duct Hose เหมาะกับบริเวณที่ต้องปรับแนวท่อแต่ไม่ต้องการให้ท่อเคลื่อนตัวมากหลังติดตั้ง สำหรับงานดูดฝุ่นและงานลำเลียงในโรงงาน ท่อลม PVC และท่อโพลียูรีเทน PU เป็นอีกกลุ่มที่นิยมใช้งาน เนื่องจากมีความยืดหยุ่นและสามารถเลือกโครงสร้างให้เหมาะกับลักษณะวัสดุที่ต้องลำเลียง เช่น อากาศ ฝุ่น เศษวัสดุ หรือเม็ดพลาสติก โดยหน้าเว็บไซต์มีทั้งท่อ PU, PVC และท่อสำหรับงานลำเลียงหลายรูปแบบ ส่วนบริเวณที่ต้องการความแข็งแรงหรือสภาพการใช้งานที่รุนแรงขึ้น สามารถพิจารณา ท่อลมสแตนเลส หรือท่อโลหะตามความเหมาะสม ขณะที่ระบบส่งลมหลักภายในอาคารและโรงงานสามารถเลือกใช้ ท่อสไปรัลหรือ Spiral Duct เพื่อสร้างแนวท่อลมแบบถาวรและเชื่อมต่อไปยังจุดต่าง ๆ ของระบบได้
| ประเภทท่อลม | ลักษณะงานที่แนะนำ |
|---|---|
| ท่อลมอลูมิเนียมฟอยล์ | ✓ เหมาะสำหรับงานระบายอากาศ งานแอร์ งานดูดควัน และระบบ HVAC น้ำหนักเบา ยืดหยุ่น และติดตั้งในพื้นที่จำกัดได้ง่าย |
| ท่อลมอลูมิเนียมกึ่งแข็ง | ✓ เหมาะกับงานระบายอากาศที่ต้องการท่อดัดแล้วคงรูป สามารถปรับแนวท่อเพื่อหลบสิ่งกีดขวางและใช้กับอากาศร้อนได้ |
| ท่อลม PVC | ✓ เหมาะสำหรับงานดูดฝุ่น ดูดอากาศ และระบายอากาศทั่วไป มีความยืดหยุ่น เหมาะกับการต่อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีการเคลื่อนตัว |
| ท่อลม PU | ✓ เหมาะกับงานดูดฝุ่น ผง เศษวัสดุ และเม็ดพลาสติก โดยเฉพาะงานที่ต้องการความทนต่อการเสียดสีมากกว่าท่อลมทั่วไป |
| ท่อลมผ้าใบ | ✓ ใช้ในระบบระบายอากาศ ดูดควัน และเชื่อมต่อพัดลมหรือเครื่องจักร เหมาะกับจุดที่ต้องการความยืดหยุ่นและการดัดโค้ง |
| ท่อลมสแตนเลส | ✓ เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความแข็งแรง ทนความร้อน และรองรับสภาพแวดล้อมที่ท่อลมพลาสติกทั่วไปอาจไม่เหมาะสม |
| ท่อสไปรัล | ✓ เหมาะสำหรับทำแนวท่อลมหลัก ระบบจ่ายลม ระบบดูดอากาศ และระบบ HVAC ในอาคารหรือโรงงานที่ต้องการติดตั้งแบบถาวร |
ท่อระบายอากาศสำหรับงานดูดฝุ่นและดูดควันในโรงงาน ระบบดูดฝุ่นและดูดควันเป็นหนึ่งในงานที่ใช้ท่อลมอย่างแพร่หลาย โดยท่อจะทำหน้าที่รับฝุ่นหรือควันจากจุดกำเนิดแล้วลำเลียงไปยังเครื่องกรองหรือจุดระบายที่กำหนดไว้ การออกแบบระบบควรพิจารณาทั้งชนิดของสิ่งที่ถูกลำเลียง ขนาดท่อ ระยะทาง และลักษณะการเดินท่อ งานดูดฝุ่นจากเครื่องจักร งานไม้ งานพลาสติก งานเจียร หรือกระบวนการผลิต สามารถเลือกใช้ท่อ PVC หรือ PU ตามคุณสมบัติที่ต้องการ ส่วนงานดูดควันและระบายอากาศร้อนอาจเลือกใช้ท่ออลูมิเนียม ท่อผ้าใบ หรือท่อโลหะตามอุณหภูมิและสภาพการใช้งาน
ดังนั้นคำว่า ท่อลม จึงไม่ได้หมายถึงท่อชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่ครอบคลุมท่อหลายประเภทที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ระบบลำเลียงอากาศ ดูดฝุ่น ดูดควัน และงานระบายอากาศที่แตกต่างกัน
ขนาดของท่อลมควรสัมพันธ์กับปริมาณอากาศและลักษณะของระบบ หากเลือกท่อขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณลมที่ต้องการลำเลียง อาจทำให้ความต้านทานของระบบเพิ่มขึ้น ขณะที่การเลือกท่อใหญ่เกินความจำเป็นอาจทำให้พื้นที่ติดตั้งและต้นทุนเพิ่มขึ้น ก่อนเลือกขนาดจึงควรตรวจสอบขนาดหน้าแปลนของเครื่องจักร พัดลม โบลเวอร์ หรือเครื่องดูดฝุ่น รวมถึงพิจารณาปริมาณลมและระยะทางของแนวท่อ สำหรับระบบที่มีข้อศอกหรือแนวท่อโค้งหลายจุด ควรวางแนวท่อให้เหมาะสมเพื่อลดการสูญเสียแรงดันภายในระบบ นอกจากนี้ หากใช้ ท่อเฟล็กซ์ ควรหลีกเลี่ยงการพับหรือบีบท่อจนพื้นที่ภายในลดลง เพราะอาจรบกวนการไหลของอากาศ การติดตั้งควรยืดท่อและจัดแนวโค้งให้เหมาะสมกับพื้นที่จริง
| รายการสเปก | รายละเอียด |
|---|---|
| ประเภทสินค้า | ท่อลมเฟล็กซ์, ท่อลมดูดฝุ่น, ท่อลมระบายอากาศ และท่อลมสำหรับงานอุตสาหกรรม |
| วัสดุ | อลูมิเนียม, PVC, PU, ผ้าใบ, สแตนเลส และวัสดุเฉพาะตามประเภทการใช้งาน |
| ขนาดท่อลม | มีหลายขนาดตั้งแต่ท่อขนาดเล็กสำหรับต่อเครื่องจักร ไปจนถึงท่อขนาดใหญ่สำหรับระบบระบายอากาศและระบบดูดฝุ่น |
| โครงสร้าง | แบบยืดหยุ่น แบบลวดเสริมเกลียว แบบกึ่งแข็ง และแบบท่อแข็ง ขึ้นอยู่กับชนิดของท่อลม |
| ความยืดหยุ่น | มีทั้งแบบดัดโค้งได้อิสระ แบบดัดแล้วคงรูป และแบบติดตั้งเป็นแนวท่อถาวร |
| อุณหภูมิใช้งาน | แตกต่างกันตามวัสดุและรุ่น ควรเลือกให้เหมาะกับอุณหภูมิของลม ควัน หรือกระบวนการผลิต |
| ลักษณะการลำเลียง | อากาศ ลมร้อน ควัน ฝุ่น ผง เศษวัสดุ และเม็ดพลาสติก ตามคุณสมบัติของท่อแต่ละประเภท |
| การติดตั้ง | สามารถต่อเข้ากับพัดลม โบลเวอร์ เครื่องดูดฝุ่น Hood เครื่องจักร และระบบท่อลมหลัก |
| งานที่เหมาะสม | ระบบ HVAC, ระบบระบายอากาศ, ระบบดูดฝุ่น, ดูดควัน, ระบายความร้อน และงานลำเลียงในโรงงานอุตสาหกรรม |
| การเลือกขนาด | ควรเลือกตามขนาดหน้าแปลน ปริมาณลม ความเร็วลม ระยะทางเดินท่อ และจำนวนจุดโค้งของระบบ |
| ขนาดท่อลม | การใช้งานที่แนะนำ |
|---|---|
|
2–3 นิ้ว ประมาณ 50–75 มม. |
✓ เหมาะกับงานดูดอากาศเฉพาะจุด เครื่องจักรขนาดเล็ก งานดูดฝุ่นจุดเล็ก และพื้นที่เดินท่อจำกัด |
|
4 นิ้ว ประมาณ 100 มม. |
✓ ขนาดที่นิยมสำหรับพัดลมดูดอากาศ งานระบายอากาศ ห้องครัว เครื่องดูดควัน และระบบ HVAC ขนาดเล็ก |
|
5–6 นิ้ว ประมาณ 125–150 มม. |
✓ เหมาะกับงานจ่ายลม–ดูดลม งานดูดควัน ระบายความร้อน และเชื่อมต่อพัดลมหรือเครื่องจักรขนาดกลาง |
|
7–8 นิ้ว ประมาณ 175–200 มม. |
✓ เหมาะกับระบบระบายอากาศที่ต้องการปริมาณลมเพิ่มขึ้น งานดูดอากาศร้อน และระบบดูดฝุ่นจากเครื่องจักร |
|
9–10 นิ้ว ประมาณ 225–250 มม. |
✓ เหมาะกับระบบดูดควัน ระบบระบายอากาศในโรงงาน พัดลมอุตสาหกรรม และงานที่ต้องลำเลียงอากาศปริมาณมาก |
|
12 นิ้ว ประมาณ 300 มม. |
✓ เหมาะสำหรับระบบ HVAC ขนาดกลางถึงใหญ่ ระบบดูดไอร้อน และระบบระบายอากาศภายในโรงงาน |
|
14–16 นิ้ว ประมาณ 350–400 มม. |
✓ เหมาะกับท่อลมเมน ระบบดูดอากาศปริมาณสูง โรงงานอุตสาหกรรม และระบบระบายอากาศพื้นที่ขนาดใหญ่ |
|
18–20 นิ้ว ประมาณ 450–500 มม. |
✓ ใช้เป็นแนวท่อลมหลักในระบบอุตสาหกรรม ระบบดูดฝุ่นส่วนกลาง และงานที่ต้องรองรับอัตราการไหลของอากาศสูง |
|
22–24 นิ้ว ประมาณ 550–600 มม. |
✓ เหมาะสำหรับระบบระบายอากาศขนาดใหญ่ ระบบดูดอากาศในโรงงาน และท่อลมเมนที่ต้องลำเลียงอากาศปริมาณมาก |
ท่อลม เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับระบบระบายอากาศ ระบบดูดฝุ่น ระบบดูดควัน ระบบ HVAC และงานลำเลียงอากาศในโรงงานอุตสาหกรรม โดยทำหน้าที่นำอากาศจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง รวมถึงช่วยระบายความร้อน ควัน ฝุ่น หรือเศษวัสดุออกจากพื้นที่ทำงาน ปัจจุบันท่อลมมีหลายประเภท เช่น ท่อลมอลูมิเนียม ท่อลม PVC ท่อลม PU ท่อลมผ้าใบ ท่อลมสแตนเลส และท่อสไปรัล ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและเหมาะกับลักษณะงานแตกต่างกัน การเลือกท่อเฟล็กซ์ควรพิจารณาจากชนิดของงาน ขนาดท่อ ปริมาณลม อุณหภูมิ ความยืดหยุ่น ระยะทางในการเดินท่อ และสภาพแวดล้อมของพื้นที่ติดตั้ง หากเป็นงานระบายอากาศทั่วไปอาจเลือกท่อลมที่มีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย ส่วนงานดูดฝุ่นหรือลำเลียงวัสดุควรเลือกท่อที่ทนต่อการเสียดสี ขณะที่งานอุณหภูมิสูงหรืองานอุตสาหกรรมเฉพาะทางควรเลือกวัสดุที่รองรับสภาพการใช้งานได้เหมาะสม