สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

ท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว

ตัวอย่างสินค้า
หมวดท่ออุตสาหกรรม
ท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว 16K

ท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว 1 นิ้ว (16K-24K)

ท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว คือท่อลมยืดหยุ่นที่ถูกออกแบบให้มีชั้นฉนวนใยแก้วความหนาแน่นสูง (16–24 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) หุ้มรอบท่ออลูมิเนียมหรือท่อฟอยล์ภายใน เพื่อช่วยลดการสูญเสียพลังงานจากการส่งลมเย็นหรืออากาศปรับอุณหภูมิในระบบปรับอากาศ (HVAC) ฉนวนใยแก้วหนา 1 นิ้วทำหน้าที่เป็นเกราะกันความร้อนและกันเสียงได้อย่างดี ป้องกันการเกิดการควบแน่นของไอน้ำที่ผิวท่อ ซึ่งมักเกิดในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันมากระหว่างภายในและภายนอกท่อ

คุณสมบัติแจ็คเก็ตด้านนอก

ตัวแจ็คเก็ตด้านนอกมักทำจากแผ่นฟอยล์อลูมิเนียมหรือฟิล์มลามิเนต เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ป้องกันความชื้นและรังสี UV ทำให้ท่อมีอายุการใช้งานยาวนาน ท่อลมอลูมิเนียมหุ้มฉนวนใยแก้ว ไม่ฉีกขาดง่าย และคงรูปได้ดีแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิสูง เหมาะสำหรับงานติดตั้งภายในอาคาร โรงงาน ระบบปรับอากาศเชิงพาณิชย์ รวมถึงงานส่งลมหรือดูดลมในพื้นที่ที่ต้องการประสิทธิภาพการเก็บรักษาอุณหภูมิสูง

ความสำคัญของท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว หนา 1 นิ้ว

การเลือกใช้ท่อหุ้มฉนวนหนา 1 นิ้วถือเป็นมาตรฐานที่เหมาะสมในระบบปรับอากาศทั่วไป โดยความหนาระดับนี้ช่วยลดการสูญเสียความเย็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดเสียงรบกวนจากการไหลของอากาศหรือเครื่องปรับอากาศในระบบ นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย สามารถดัดโค้งหรือยืดได้ตามแนวทางเดินท่อที่ซับซ้อน ฉนวนใยแก้วเกรด 16K–24K ยังไม่ลามไฟ และผ่านการเคลือบสารกันชื้น ช่วยยืดอายุการใช้งานของท่อ และลดโอกาสเกิดเชื้อราในระบบส่งลม จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการประหยัดพลังงานในระยะยาว

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ท่อสแตนเลสลม
ตัวอย่างท่อลม
ลมคอลลูเกตท่อ
อลูมิเนียมฟอยล์ท่อลม

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ตู้เก็บของสแตนเลส
เชื่อมหูตู้ไฟฟ้าสแตนเลส
เจาะรูตู้ไฟสแตนเลส
ประตู-1-ชั้นสแตนเลสตู้
  • ฉนวนใยแก้วความหนาแน่นสูง (16K–24K) ให้ประสิทธิภาพในการป้องกันความร้อนและความเย็นสูง ช่วยรักษาอุณหภูมิของลมในระบบปรับอากาศให้คงที่ ลดการสูญเสียพลังงานและช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ความหนาฉนวน 1 นิ้ว ช่วยลดการควบแน่นของไอน้ำ ความหนา 25 มม. (1 นิ้ว) ของฉนวนทำให้มีค่า R-value ที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานทั่วไป ป้องกันการเกิดหยดน้ำจากการควบแน่นบนผิวท่อ จึงช่วยลดปัญหาความชื้นและเชื้อราในอาคาร
  • โครงสร้างหลายชั้น แข็งแรง ทนทาน ตัวท่อภายในเป็นอลูมิเนียมหรือฟอยล์เสริมลวดสปริงให้คงรูป ส่วนแจ็คเก็ตภายนอกเป็นฟอยล์หรือฟิล์มเคลือบลามิเนต ป้องกันความชื้น การเสียดสี และรังสี UV ได้ดี เหมาะกับการใช้งานทั้งภายในและภายนอกอาคาร
  • ช่วยลดเสียงในระบบลม (Sound Absorption) ฉนวนใยแก้วมีคุณสมบัติในการดูดซับเสียง ทำให้ลดเสียงรบกวนจากการไหลของอากาศและเสียงเครื่องจักรภายในระบบ HVAC เหมาะกับสถานที่ที่ต้องการความเงียบ เช่น โรงแรม สำนักงาน หรือห้องประชุม

โครงสร้างเชิงเทคนิคและสมรรถนะทางความร้อน/เสียง

ท่อลมฟอยล์หุ้มฉนวนที่ใช้ใยแก้วเกรด 16K–24K หนา 1 นิ้ว ประกอบด้วยชั้นย่อยที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ: ชั้นแกนด้านในเป็นท่อฟอยล์/อลูมิเนียมเสริมลวดสปริงให้คงรูป ชั้นกลางเป็นฉนวนใยแก้วความหนาแน่นสูง (ความหนาแน่นต่างกันระหว่าง 16K กับ 24K) และชั้นนอกเป็นแจ็คเก็ตฟอยล์หรือฟิล์มลามิเนตที่ทำหน้าที่เป็น vapor barrier และปกป้องชั้นฉนวนจากการเสียดสี ความชื้น และรังสี UV

ความสำคัญท่อลมหุ้มฉนวน

ด้านสมรรถนะทางความร้อน ฉนวนใยแก้วความหนาแน่นสูงเพิ่มค่า thermal resistance (R-value) ในแนวท่อ ทำให้ลดการถ่ายเทความร้อน/ความเย็นระหว่างอากาศภายในท่อกับสภาพแวดล้อมภายนอกได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อุณหภูมิที่ปลายทางใกล้เคียงกับค่าที่ตั้งไว้มากขึ้น ลดภาระคอมเพรสเซอร์และการทำงานเกินจำเป็นของระบบ HVAC ด้านการควบแน่น ฉนวนพร้อมแจ็คเก็ตเป็นชั้นกั้นไอน้ำที่ช่วยป้องกันการสลายเป็นหยดน้ำบนผิวท่อ จึงลดปัญหาเชื้อราและความชื้นในฝ้าเพดานหรือโครงสร้างอาคาร ส่วนด้านเสียง ใยแก้วมีสมบัติซับเสียง (acoustic absorption) ช่วยลดเสียงการไหลของอากาศและเสียงพัดลม ทำให้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความเงียบเช่นสำนักงาน ห้องประชุม หรือโรงแรม โดยทั่วไป เกรด 24K จะให้การกันความร้อนและการซับเสียงดีกว่า 16K แต่มีต้นทุนสูงกว่าและมีความแน่นมากกว่า

ท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว คือ

การบำรุงรักษาเน้นการสังเกตสภาพแจ็คเก็ตและชั้นฉนวน: ตรวจสอบรอยฉีกขาด รอยรั่ว หรือส่วนที่หลุดลอกเป็นประจำ (แนะนำรอบ 6–12 เดือน ขึ้นกับสภาพการใช้งาน) หากพบจุดเสียหายให้ซ่อมด้วยเทปฟอยล์หรือเปลี่ยนท่อนั้นทันทีเพื่อป้องกันความชื้นซึมเข้าสู่ฉนวน ซึ่งจะทำให้ฉนวนยุบและสูญเสียประสิทธิภาพ นอกจากนี้ในพื้นที่ที่ต้องการคุณภาพอากาศสูง (ห้องคลีนรูม ห้องผ่าตัด ฯลฯ) ควรกำหนดรอบการทำความสะอาดภายในท่อและเปลี่ยนไส้กรองต้นทางตามคำแนะนำของผู้ผลิต ขณะทำงานกับใยแก้วให้สวมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (หน้ากากป้องกันฝุ่น ถุงมือ แว่นตา) เพื่อป้องกันการระคายเคืองจากฝุ่นใยแก้ว สุดท้ายควรเลือกชนิดแจ็คเก็ตที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม (เช่น แจ็คเก็ตทน UV สำหรับกลางแจ้ง หรือแจ็คเก็ตหน่วงไฟสำหรับพื้นที่ต้องการมาตรฐานกันไฟ) เพื่อยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพ

สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา

ท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้วเป็นท่ออ่อนหรือท่อยืดหยุ่นที่ออกแบบมาเพื่อระบบปรับอากาศ (HVAC) และระบบระบายอากาศ โดยประกอบด้วย ชั้นในเป็นท่ออลูมิเนียมหรือฟอยล์เสริมลวดสปริง, ชั้นกลางเป็นฉนวนใยแก้วความหนาแน่น 16K–24K และ ชั้นนอกเป็นฟอยล์หรือฟิล์มลามิเนต การใช้งานหลักครอบคลุมทั้ง ระบบปรับอากาศอาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม และระบบดูดควัน/อากาศเสีย โดยการบำรุงรักษาเน้นตรวจสอบรอยรั่วของแจ็คเก็ต ปิดผนึกข้อต่อ และทำความสะอาดภายในท่อตามรอบเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ระบบ HVAC ทำงานเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของท่อ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว

รวมคำถามเกี่ยวกับท่อลมฟอยล์หุ้มฉนวนใยแก้ว ความหนา 1 นิ้ว สำหรับระบบ HVAC งานส่งลมเย็นและระบายอากาศ ตั้งแต่ความแตกต่างระหว่างฉนวน 16K และ 24K การลดการสูญเสียความเย็น การป้องกันหยดน้ำ การลดเสียง ไปจนถึงการติดตั้งและข้อมูลก่อนสั่งซื้อ

01
ทำไมระบบแอร์จึงควรใช้ท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว?
ฉนวนใยแก้วช่วยลดการถ่ายเทความร้อน ระหว่างลมเย็นภายในท่อ กับอากาศภายนอก ทำให้ลดการสูญเสียความเย็นระหว่างทาง และช่วยลดโอกาสเกิดหยดน้ำ จากการควบแน่นบริเวณผิวท่อ นอกจากนี้ใยแก้วยังช่วยซับเสียง จากการไหลของอากาศ จึงเหมาะกับระบบ HVAC ในบ้าน อาคารสำนักงาน โรงแรม และโรงงานอุตสาหกรรม
02
ฉนวนใยแก้ว 16K กับ 24K ต่างกันอย่างไร?
ตัวเลข 16K และ 24K ใช้บอกระดับความหนาแน่น ของฉนวนใยแก้ว โดย 24K มีความหนาแน่นสูงกว่า 16K จึงเหมาะกับงานที่ต้องการ ประสิทธิภาพด้านการรักษาอุณหภูมิ และการซับเสียงเพิ่มขึ้น ส่วน 16K เหมาะกับระบบ HVAC ทั่วไป ที่ต้องการสมดุลระหว่าง ประสิทธิภาพ น้ำหนัก และต้นทุน
คำถามที่ควรรู้ก่อนเลือกท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้ว กดที่คำถามเพื่อดูรายละเอียด
03   ฉนวนใยแก้วหนา 1 นิ้ว หรือ 25 มม. ช่วยอะไร?
ฉนวนความหนาประมาณ 1 นิ้ว หรือ 25 มม. ช่วยเพิ่มชั้นป้องกัน การถ่ายเทความร้อนระหว่าง อากาศภายในและภายนอกท่อ เหมาะกับระบบส่งลมเย็น ที่ต้องการลดการสูญเสียพลังงาน และช่วยลดโอกาสเกิด การควบแน่นหรือหยดน้ำ บริเวณผิวด้านนอกของท่อ โดยประสิทธิภาพจริง ยังขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ความชื้น และสภาพการติดตั้งร่วมด้วย
04   ท่อหุ้มฉนวนช่วยลดเสียงในระบบแอร์ได้หรือไม่?
ใยแก้วมีคุณสมบัติ ช่วยดูดซับเสียงบางส่วน จึงสามารถช่วยลดเสียง จากการไหลของอากาศ และเสียงที่ถ่ายทอดมาตามแนวท่อได้ ทำให้เหมาะกับสถานที่ ที่ให้ความสำคัญกับความเงียบ เช่น สำนักงาน ห้องประชุม โรงแรม หรือพื้นที่พักอาศัย อย่างไรก็ตามระดับเสียงจริง ยังขึ้นอยู่กับความเร็วลม พัดลม และการออกแบบระบบทั้งหมด
05   แจ็คเก็ตฟอยล์ด้านนอกของท่อมีหน้าที่อะไร?
แจ็คเก็ตด้านนอก ทำหน้าที่หุ้มและปกป้อง ชั้นฉนวนใยแก้ว จากความชื้น การเสียดสี และสิ่งสกปรก พร้อมทำหน้าที่เป็น Vapor Barrier เพื่อช่วยลดการซึมผ่านของไอน้ำ หากแจ็คเก็ตฉีกขาด ควรซ่อมและซีลให้เรียบร้อย เพราะความชื้นที่เข้าสู่ฉนวน สามารถลดประสิทธิภาพ ของระบบฉนวนได้
06   ควรเลือกขนาดท่อลมหุ้มฉนวนอย่างไร?
ควรเริ่มจากขนาดหน้าแปลน หรือช่องต่อของเครื่องปรับอากาศ Fan Coil, AHU หรือพัดลม แล้วพิจารณาปริมาณลม Airflow หรือ CFM ความเร็วลม ความยาวแนวท่อ และจำนวนมุมโค้งร่วมกัน ไม่ควรลดขนาดท่อ มากเกินความจำเป็น เพราะจะเพิ่ม Pressure Drop และอาจเพิ่มเสียงของระบบลม
07   การติดตั้งท่อหุ้มฉนวนต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
ไม่ควรบีบหรือรัดท่อ จนชั้นฉนวนยุบตัวมากเกินไป เพราะจะทำให้ความหนา ของฉนวนลดลง และประสิทธิภาพในการรักษาอุณหภูมิลดลง ควรยืดท่อให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงมุมโค้งที่แคบ และซีลข้อต่อด้วยวัสดุ ที่เหมาะกับระบบ HVAC รวมถึงตรวจสอบแจ็คเก็ต ไม่ให้ฉีกหรือเปิด จนใยแก้วสัมผัสความชื้น
08   ก่อนสั่งซื้อท่อลมหุ้มฉนวนใยแก้วควรแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรแจ้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ หรือขนาดหน้าแปลน พร้อมเลือกระดับฉนวน 16K หรือ 24K และระบุลักษณะการใช้งาน เช่น ส่งลมเย็น ระบบ HVAC หรือระบบระบายอากาศ รวมถึงอุณหภูมิ ความชื้นของพื้นที่ ปริมาณลม และจำนวนที่ต้องการ โดยสินค้าหน้าเว็บระบุ ความยาวมาตรฐาน 10 เมตรต่อกล่อง