สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

ท่อโพลียูรีเทน (เกลียวตัวหนอน)

ตัวอย่างสินค้า
หมวดท่ออุตสาหกรรม
ท่อโพลียูรีเทน

ข้อแนะนำการเลือกใช้งานงท่อโพลียูริเทน

ในการเลือกใช้งานท่อสำหรับงานดูดหรือส่งลม (Ducting Hose) สิ่งที่หลายคนมักมองข้ามคือ “โครงสร้างภายใน” แต่สำหรับท่อโพลียูรีเทนรุ่น PUP-318 โครงสร้างที่เรียกว่า เกลียวตัวหนอนพลาสติก (Plastic Helix) คือนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนข้อจำกัดเดิมๆ ของท่ออุตสาหกรรม

โครงสร้างเกลียวตัวหนอน (Plastic Helix) ดีอย่างไร?

ท่อโพลียูรีเทน (เกลียวตัวหนอน)โครงสร้างแบบเกลียวตัวหนอน คือการนำพลาสติกเกรดพิเศษที่มีความแข็งแรงสูง (Rigid Plastic) มาขึ้นรูปเป็นเส้นเกลียววนรอบตัวท่ออย่างต่อเนื่อง โดยฝังเนื้อพลาสติกนี้ลงไปเป็นส่วนหนึ่งของผนังท่อโพลียูรีเทน ทำให้ท่อมีลักษณะเป็น “ปล้อง” คล้ายลำตัวของตัวหนอน ซึ่งเป็นดีไซน์ที่เน้นความสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่น แม้จะมีความแข็งแรง แต่โครงสร้างเกลียวช่วยให้ท่อสามารถ “บิดงอได้ในรัศมีที่แคบ” โดยที่ไม่พับหัก (Kink) เหมือนท่อผนังเรียบทั่วไป ทำให้การติดตั้งในพื้นที่จำกัด หรือการเชื่อมต่อกับส่วนของเครื่องจักรที่มีการเคลื่อนไหว (Dynamic Application) ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ลำดับ (No.)ขนาด (Inch)ID (mm)OD (mm)ความหนา (mm)ความยาว (m)
011″2533220
021.1/4″31.839420
031.1/2″38.147220
042″50.861220
052.1/2″63.574320
063″76.287320
073.1/2″90102320
084″101.61143.520
095″127139420
106″152.4165420
118″203219.0420

 

ท่อโพลียูรีเทนน้ำหนักเบาและเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน

มื่อเทียบกับท่อโครงลวดเหล็ก (Steel Wire) โครงเกลียวพลาสติกช่วยลดน้ำหนักโดยรวมของท่อลงอย่างมาก ทำให้ง่ายต่อการขนย้ายและการติดตั้งบนที่สูง นอกจากนี้ยังหมดปัญหาเรื่องสนิม 100% แม้จะใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือไอระเหยของสารเคมี การออกแบบเกลียวตัวหนอนที่ดีจะทำให้ผนังด้านในของท่อมีความเรียบสม่ำเสมอ ลดแรงต้านทานการไหล (Flow Resistance) ช่วยให้ฝุ่นละออง เศษวัสดุ หรือควัน ไม่ไปสะสมหรือตกค้างตามร่องเกลียว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการอุดตันและลดการสะสมของเชื้อโรคในอุตสาหกรรมอาหาร

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ท่อสแตนเลสลม
ตัวอย่างท่อลม
ลมคอลลูเกตท่อ
อลูมิเนียมฟอยล์ท่อลม

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ตู้เก็บของสแตนเลส
เชื่อมหูตู้ไฟฟ้าสแตนเลส
เจาะรูตู้ไฟสแตนเลส
ประตู-1-ชั้นสแตนเลสตู้

การประยุกต์ใช้งานที่เหมาะสม

ด้วยโครงสร้างเกลียวตัวหนอนที่ทนอุณหภูมิได้สูงถึง 120 °C ท่อ PUP-318 จึงเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับ:

  • งานดูดควันและไอน้ำมัน: ในอุตสาหกรรมยานยนต์และโรงกลึง
  • งานส่งเมล็ดพลาสติกหรือฝุ่นไม้: ที่มีการเสียดสีของวัสดุอยู่ตลอดเวลา
  • งานระบายอากาศในห้องสะอาด (Clean Room): เนื่องจากไม่มีสนิมเหล็กและทำความสะอาดง่าย

คู่มือการเลือกขนาดและการติดตั้งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ท่อลม จากตารางขนาดที่มีให้เลือกตั้งแต่ 1 นิ้ว ไปจนถึง 8 นิ้ว และความยาวต่อเนื่องถึง 20 เมตรต่อม้วน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถลดจำนวนข้อต่อในระบบลงได้ ช่วยลดโอกาสการรั่วซึมและลดการสูญเสียแรงดันในท่อ การเลือกใช้ท่อโพลียูริเทนรุ่นนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับโรงงานที่ต้องการลดเวลาหยุดซ่อมบำรุง (Down-time) และเพิ่มเสถียรภาพให้กับสายการผลิตในระยะยาว

คุณสมบัติทางวิศวกรรมรายละเอียดโครงสร้างประโยชน์ต่อการใช้งาน
การคงรูป (Crush Resistance)แกนพลาสติกแข็งขดเป็นวงสปริงฝังในเนื้อโพลียูรีเทนป้องกันท่อพับหรือยุบตัวขณะมีแรงดูดมหาศาล (Vacuum) ทำให้การไหลคงที่
ความยืดหยุ่น (Flexibility)ออกแบบให้แต่ละเกลียวมีความห่างที่สมดุล (Pitch)สามารถบิดงอได้ในรัศมีที่แคบโดยไม่หัก (Kink-free) เหมาะกับพื้นที่จำกัด
น้ำหนัก (Weight)ใช้โครงสร้างพลาสติกคุณภาพสูงแทนเส้นลวดเหล็กน้ำหนักเบากว่าท่อโครงเหล็กถึง 30-40% ช่วยลดภาระของผู้ติดตั้ง
ความทนทานต่อสารเคมีพลาสติกแกนกลางมีความเฉื่อยต่อสารเคมีและน้ำมันไม่เป็นสนิม 100% แม้เจอความชื้น หรือไอระเหยของน้ำมันเชื้อเพลิง
ผิวภายใน (Internal Surface)ผนังด้านในถูกรีดให้เรียบตามแนวขอบเกลียวลดแรงต้านทานอากาศ (Airflow) และป้องกันการสะสมของฝุ่นและเศษวัสดุ
การทนอุณหภูมิแกนพลาสติกชนิดทนความร้อนสูง (High-Temp Grade)ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัดได้ถึง 120 °C โดยที่แกนไม่เสียรูป
หัวข้อเปรียบเทียบโครงสร้างเกลียวตัวหนอนพลาสติก (PUP-318)โครงสร้างสปริงเหล็ก (Steel Wire)
การเกิดสนิมไม่มีโอกาสเกิดสนิม 100%มีโอกาสเกิดสนิมหากเปลือกหุ้มฉีกขาด
น้ำหนักเบามาก เคลื่อนย้ายสะดวกค่อนข้างหนัก
ความปลอดภัยเป็นฉนวนไฟฟ้า ไม่นำความร้อนนำไฟฟ้าและสะสมความร้อนได้
การคืนตัวยืดหยุ่นและคืนรูปได้ดีเมื่อถูกกดทับหากถูกทับจนผิดรูป มักจะไม่คืนทรงเดิม
ความสะอาดเหมาะสำหรับอุตสาหกรรมอาหารและยามีความเสี่ยงเรื่องสะเก็ดสนิมปนเปื้อน
ใช้งานงท่อโพลียูริเทน

คู่มือการเลือกขนาดและการติดตั้งให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

เพื่อให้ท่อเกลียวตัวหนอน PUP-318 ทำงานได้เต็มสมรรถนะ ผู้ใช้งานควรพิจารณาปัจจัยดังต่อไปนี้:

  1. การเลือกขนาด ID (Internal Diameter): ควรเลือกขนาดรูในของท่อให้พอดีกับปากท่อของเครื่องจักร การใช้ท่อที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปจะทำให้เกิด “Turbulence” หรือลมหมุนวนภายใน ซึ่งส่งผลให้แรงดูดลดลงและเกิดเสียงดัง

  2. การเผื่อระยะโค้ง (Bend Radius): แม้เกลียวตัวหนอนจะบิดงอได้ดี แต่การติดตั้งโดยไม่หักงอท่อจนเกินรัศมีขั้นต่ำจะช่วยลดการเสียดสีของวัสดุกับผนังท่อด้านใน ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น

  3. การเชื่อมต่อกับข้อต่อ (Fitting): เนื่องจากผิวภายนอกของท่อมีลักษณะเป็นลอนเกลียว การเลือกใช้แคลมป์รัดท่อ (Hose Clamp) ที่ออกแบบมาสำหรับท่อเกลียวโดยเฉพาะจะช่วยให้การยึดเกาะแน่นหนาและป้องกันการรั่วไหลของอากาศได้ดีเยี่ยม

สรุปการใช้งาน

ท่อโพลียูรีเทนแกนพลาสติกเกลียวตัวหนอน รุ่น PUP-318 ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุสิ้นเปลืองในโรงงาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบวิศวกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนกระบวนการผลิตให้ไหลลื่น ด้วยคุณสมบัติที่ทนความร้อนได้ถึง 120°C และความยืดหยุ่นที่หาตัวจับยาก หากโจทย์ของคุณคือการมองหา “ความทนทาน” ที่มาพร้อมกับ “ความคล่องตัว” โครงสร้างเกลียวตัวหนอนพลาสติกคือคำตอบที่พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่าที่สุดในสภาวะการทำงานจริง


เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: ท่อ PUP-318 มีความยาวมาตรฐานที่ 20 เมตรต่อม้วน ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่สุดในการลดจำนวนรอยต่อของท่อในระบบลมระยะไกล ช่วยให้แรงดันลมคงที่สม่ำเสมอตลอดเส้นทาง

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับท่อโพลียูรีเทนเกลียวตัวหนอน

รวมคำถามเกี่ยวกับท่อโพลียูรีเทน รุ่นเสริมโครงเกลียวพลาสติก สำหรับงานดูดฝุ่น ดูดผง ลำเลียงอากาศ และวัสดุเบา ตั้งแต่โครงสร้าง Plastic Helix การเลือกขนาด การดัดโค้ง ไปจนถึงการติดตั้งกับระบบดูด และข้อมูลที่ควรตรวจสอบก่อนสั่งซื้อ

01
ท่อโพลียูรีเทนเกลียวตัวหนอนเหมาะกับงานประเภทใด?
เหมาะกับงานดูดฝุ่น ดูดผง ขี้เลื่อย เม็ดพลาสติก และงานลำเลียงอากาศ หรือวัสดุเบาในโรงงาน ตัวท่อมีความยืดหยุ่น สามารถเดินผ่านเครื่องจักร หรือพื้นที่ติดตั้งที่มีแนวโค้งได้ง่าย ขณะเดียวกันโครงเกลียว ช่วยพยุงท่อไม่ให้ยุบตัวง่าย เมื่อใช้งานร่วมกับระบบดูด
02
โครงสร้างเกลียวตัวหนอน Plastic Helix มีข้อดีอย่างไร?
Plastic Helix คือโครงพลาสติกแข็ง ที่ขึ้นรูปเป็นเกลียวรอบตัวท่อ เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และช่วยรักษาหน้าตัดของท่อ ขณะเกิดแรงดูด แต่ยังคงความสามารถในการดัดโค้ง จึงเหมาะกับงาน ที่ต้องการทั้งความยืดหยุ่น และการต้านการยุบตัว มากกว่าท่ออ่อนผนังเรียบทั่วไป
คำถามที่ควรรู้ก่อนเลือกท่อโพลียูรีเทน กดที่คำถามเพื่อดูรายละเอียด
03   ท่อ PU เกลียวตัวหนอนต่างจาก PU Flex เสริมลวดอย่างไร?
จุดต่างหลักอยู่ที่โครงสร้างเสริม รุ่นนี้ใช้ Plastic Helix หรือเกลียวพลาสติกแข็ง เพื่อพยุงผนังท่อ ส่วน PU Flex บางรุ่น ใช้ลวดโลหะ เช่น ลวดทองเหลือง หรือลวดทองแดง เป็นโครงเสริม ดังนั้นควรเลือกตาม ลักษณะของเครื่องจักร แรงดูด การดัดโค้ง และสภาพแวดล้อมของหน้างาน ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าเป็นวัสดุ PU เหมือนกัน
04   ควรเลือกขนาดท่อโพลียูรีเทนอย่างไร?
ควรเริ่มจากขนาดหน้าแปลน หรือช่องต่อของเครื่องจักร Cyclone, Blower หรือเครื่องดูดฝุ่น แล้วพิจารณาปริมาณลม และชนิดวัสดุที่ผ่านท่อร่วมด้วย ไม่ควรลดขนาดท่อ มากเกินความจำเป็น เพราะอาจเพิ่มแรงต้าน และลดประสิทธิภาพการดูด หากลำเลียงฝุ่นหรือวัสดุ ควรตรวจสอบขนาดของวัสดุ และความเร็วภายในท่อเพิ่มเติม
05   ท่อรุ่นนี้มีขนาดและความยาวเท่าไร?
ตารางสินค้ามีขนาดตั้งแต่ ประมาณ 1 นิ้ว ไปจนถึง 8 นิ้ว และระบุความยาวมาตรฐาน 20 เมตรต่อม้วน โดยแต่ละขนาดมี ID และ OD แตกต่างกัน เช่นเดียวกับความหนาของโครงสร้าง ก่อนสั่งซื้อควรตรวจสอบ เส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน ให้ตรงกับจุดต่อจริง มากกว่าพิจารณาจากขนาดนิ้วเพียงอย่างเดียว
06   ทำไม Bending Radius จึงสำคัญกับท่อดูดฝุ่น?
แม้โครงสร้างเกลียวตัวหนอน จะช่วยให้ท่อสามารถดัดโค้งได้ดี แต่ไม่ควรบังคับท่อ ให้โค้งแคบเกินไป เพราะอาจทำให้หน้าตัดภายในลดลง เพิ่มแรงต้าน และทำให้ฝุ่นหรือวัสดุ เคลื่อนผ่านได้ยากขึ้น ควรจัดแนวโค้ง ให้ต่อเนื่องและเหมาะสม กับ Bending Radius ของขนาดท่อที่เลือก
07   ท่อ PU เหมาะกับวัสดุที่มีการเสียดสีหรือไม่?
วัสดุ Polyurethane มีจุดเด่นด้านความทนต่อ การขูดขีดและการสึกหรอ จึงเหมาะกับงานดูดฝุ่น ผง ขี้เลื่อย และวัสดุบางประเภท ที่มีการสัมผัสกับผนังท่อ อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามอายุการใช้งานจริง จะขึ้นอยู่กับชนิดวัสดุ ขนาดอนุภาค ความเร็ว และปริมาณที่ผ่านท่อ จึงควรเลือกสเปกให้ตรงกับงาน
08   ก่อนสั่งซื้อท่อโพลียูรีเทนควรแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรแจ้งขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ หรือขนาดหน้าแปลน ความยาวที่ต้องการ และลักษณะงาน เช่น ดูดฝุ่น ดูดผง ลำเลียงเม็ดพลาสติก ขี้เลื่อย หรือดูดอากาศ รวมถึงชนิดวัสดุที่ผ่านท่อ อุณหภูมิ และลักษณะแนวเดินท่อ หากมีข้อมูลแรงดูด Airflow หรือ Drawing จะช่วยประกอบการเลือกขนาด และรูปแบบท่อได้เหมาะสมมากขึ้น