สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

ตู้สแตนเลสเกรด304 ขนาด 200x300x150

ตู้สแตนเลสเกรด304

ทำไมต้องเป็นตู้สแตนเลสเกรด 304?

เหตุผลประการแรกที่ทำให้ตู้สแตนเลสเกรด304 โดดเด่นกว่าวัสดุอื่น คือส่วนผสมทางเคมีที่มีโครเมียมอย่างน้อย 18% และนิกเกิล 8% สัดส่วนนี้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Passive Layer” หรือการสร้างฟิล์มโครเมียมออกไซด์บางๆ เคลือบผิววัสดุไว้ ฟิล์มนี้มีความพิเศษคือเมื่อเกิดรอยขีดข่วนจนถึงเนื้อเหล็ก สแตนเลส 304 จะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเพื่อสร้างฟิล์มใหม่ขึ้นมาปกปิดรอยนั้นได้เองโดยอัตโนมัติ ต่างจากตู้เหล็กพ่นสีทั่วไปที่เมื่อเกิดรอยถลอกเพียงเล็กน้อย สนิมจะเริ่มกัดกร่อนจากภายในและลุกลามจนสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีราคาสูง

ความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่หลากหลาย

ตู้สแตนเลสเกรด 304 ถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อการกัดกร่อนในหลากหลายสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง โรงงานที่มีไอระเหยของสารเคมีบางชนิด หรือพื้นที่ที่มีการทำความสะอาดด้วยน้ำอยู่บ่อยครั้ง เมื่อประกอบเข้ากับมาตรฐาน IP66 ดังที่ระบุในสเปกผลิตภัณฑ์ จะพบว่าตัววัสดุสามารถทนต่อแรงดันน้ำและการฉีดล้างได้โดยไม่เกิดคราบสนิมหรือการกัดกร่อนสะสม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในโรงงานอาหาร ยา และเครื่องดื่ม ที่ต้องรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง

ผลิตตู้สแตนเลส304
คุณสมบัติเด่น (KEY PROPERTIES)
▣
Material:
Stainless Steel 304 / 316L
●
Material (Body):
Stainless Steel Hairline
↕
Thickness of stainless steel:
1.5 – 2 mm.
▯
Seal:
Spong Rubber (ซีลยางกันน้ำ)
☔
Standard:
IP66
🔧
Impact resistance:
IK10
ขนาดและสเปก (SIZE & SPECIFICATIONS)
No. Outside
W × H × D (mm.)
รุ่นมาตรฐาน (Standard Models)
SA-72 SB-73 SC-74
0S 200 × 250 × 150 Contact Contact Contact
01 200 × 300 × 150 5,000 Contact Contact
02 280 × 350 × 150 5,650 6,050 6,450
03 300 × 450 × 150 6,250 6,650 7,050
04 350 × 450 × 150 6,875 7,375 7,875
05 300 × 450 × 200 6,900 7,400 7,900
06 350 × 450 × 200 7,440 8,040 8,640
07 350 × 500 × 200 8,060 8,660 9,260
08 400 × 500 × 200 9,900 10,600 11,300
09 450 × 500 × 200 9,920 10,720 11,320
10 450 × 600 × 250 11,160 11,960 12,760
11 500 × 600 × 200 14,800 15,700 16,400
12 500 × 600 × 250 13,530 14,430 15,330
13 550 × 700 × 250 15,000 16,000 16,800
14 600 × 800 × 250 16,250 17,250 18,450
15 600 × 900 × 250 17,500 18,500 19,700

*ราคาดังกล่าวเป็นราคาตั้ง สอบถามส่วนลดพิเศษได้ที่ผ่ายขายค่ะ

การเลือกตู้สแตนเลสเกรด 304 รุ่นมาตรฐาน (SA-72)

ารเลือกตู้สแตนเลสเกรด 304 รุ่นมาตรฐาน (SA-72) ขนาด 200x 300 x 150 มม. จึงเป็นการตัดสินใจที่รอบด้าน ทั้งในแง่ของ วิทยาศาสตร์วัสดุ ที่ให้การป้องกันสนิมอย่างยั่งยืน วิศวกรรมการออกแบบ ที่ผ่านมาตรฐาน IP66 และ IK10 เนื่องจากสแตนเลสเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% โดยไม่สูญเสียคุณภาพเดิม (Infinite Recycle) ต่างจากวัสดุประเภทพลาสติกหรือโพลีคาร์บอเนตที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลาและย่อยสลายยาก การเลือกใช้ตู้สแตนเลสจึงเป็นการช่วยลดปริมาณขยะอุตสาหกรรมในระยะยาว

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด
กล่องไฟสแตนเลส
ราคาตู้-stainless
ตู้ใส่ของสแตนเลส
ตู้ซิงค์สแตนเลส

ตัวอย่างผลงาน - ส่งมอบตูู้ไฟฟ้ากรุงเทพ และต่างจังหวัด

ตู้เก็บของสแตนเลส
เชื่อมหูตู้ไฟฟ้าสแตนเลส
เจาะรูตู้ไฟสแตนเลส
ประตู-1-ชั้นสแตนเลสตู้
คุณสมบัติประโยชน์ที่ได้รับ
Chromium 18% / Nickel 8%สร้างชั้นฟิล์มป้องกันสนิมด้วยตัวเอง (Self-healing)
IP66 Ratingป้องกันฝุ่นและฉีดน้ำแรงดันสูงได้ 100%
IK10 Ratingทนแรงกระแทกจากภายนอกได้สูงสุด ป้องกันอุปกรณ์ภายในเสียหาย
Hairline Finishสวยงาม ทันสมัย และทำความสะอาดคราบสกปรกง่าย
100% Recyclableเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคุ้มค่าต่อการลงทุนระยะยาว
สอบถามส่วนลด ขอใบเสนอราคา
LINE
Line ID : infosiam01
✉
อีเมล : infosiam01@gmail.com
☎
Hotline : 097-262-9000

กระบวนการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าสำหรับอาคาร

ในกระบวนการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าสำหรับอาคารหรือโรงงานอุตสาหกรรม การเลือกใช้วัสดุในการทำตู้คอนโทรล (Enclosure) คือการตัดสินใจพื้นฐานที่มีผลต่อความปลอดภัยและงบประมาณในระยะยาว ท่ามกลางวัสดุที่มีให้เลือกหลากหลาย “สแตนเลสเกรด 304” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ไม่เพียงแต่ให้ความสวยงาม แต่ยังมอบคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่หาตัวจับยาก เหตุผลประการสำคัญที่ทำให้สแตนเลส 304 กลายเป็นความจำเป็นในงานระบบไฟฟ้า คือความสามารถในการทำงานภายใต้สภาวะวิกฤต จากข้อมูลทางเทคนิคของตู้รุ่นมาตรฐานที่มีค่า IP66 ยืนยันว่าวัสดุชนิดนี้เมื่อประกอบเข้ากับระบบซีลยางคุณภาพสูง จะสามารถป้องกันการรุกล้ำของฝุ่นละอองและน้ำแรงดันสูงได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการป้องกันการลัดวงจรภายในตู้ นอกจากนี้ การได้รับมาตรฐานการทนแรงกระแทกถึงระดับ IK10 ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าความเหนียวของสแตนเลส 304 สามารถซับแรงปะทะจากภายนอกได้โดยไม่ทำให้โครงสร้างภายในบิดเบี้ยว ถือเป็นการปกป้องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าสูงจากการเกิดความเสียหายทางกายภาพได้ดีที่สุด

หัวข้อทดสอบ/สเปกรายละเอียดความสามารถ (Performance)ประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน
วัสดุ (Material)Stainless Steel 304 (Hairline Finish)ป้องกันสนิมและสารเคมีกัดกร่อนได้ดีเยี่ยม
ความหนา (Thickness)1.5 มม. – 2.0 มม.โครงสร้างแข็งแรง ไม่บิดเบี้ยวง่าย
มาตรฐาน IP (Ingress)IP66ป้องกันฝุ่นละเอียดและน้ำฉีดแรงดันสูงได้ 100%
มาตรฐาน IK (Impact)IK10ทนต่อแรงกระแทกจากภายนอกในระดับสูงสุด
ระบบซีล (Sealing)ยางฟองน้ำ (Sponge Rubber)ปิดสนิท กันความชื้นและฝุ่นเข้าไปในระบบไฟฟ้า
ปัจจัยเปรียบเทียบตู้เหล็กพ่นสีทั่วไปตู้สแตนเลสเกรด 304
ราคาจัดซื้อเบื้องต้นต่ำ (ประมาณ 1,xxx – 2,xxx บาท)สูง (ประมาณ 5,000 บาท)
อายุการใช้งาน3-5 ปี (ในที่ชื้นอาจน้อยกว่านั้น)20 ปีขึ้นไป
การบำรุงรักษาต้องขัดสนิมและพ่นสีใหม่เมื่อสีลอกไม่ต้องทำสีใหม่ เช็ดทำความสะอาดได้เลย
ความเสี่ยงต่อระบบสูง (สนิมอาจทำให้อุปกรณ์ช็อต)ต่ำมาก (สภาพภายในคงที่เสมอ)
สรุปความคุ้มค่าเหมาะกับงานชั่วคราว/งบจำกัดคุ้มค่าที่สุดในงานอุตสาหกรรมระยะยาว
ขนาดตู้สแตนเลสเกรด304

สุขอนามัยและการบำรุงรักษาในพื้นที่ควบคุม

ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและยา (Food & Pharmaceutical) ตู้สแตนเลส 304 ไม่ใช่แค่ตัวเลือก แต่เป็นข้อกำหนดพื้นฐาน พื้นผิวที่ผ่านการขัดแบบ Hairline มีคุณสมบัติเด่นคือความเรียบเนียนระดับไมโคร ซึ่งช่วยลดการเกาะตัวของสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งยังทนต่อสารเคมีที่ใช้ในการชะล้างทำความสะอาดพื้นผิว (CIP) ได้ดี การเลือกใช้ตู้สแตนเลสจึงช่วยให้โรงงานผ่านมาตรฐาน GMP และ HACCP ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในแง่ของการบำรุงรักษา ตู้สแตนเลสไม่ต้องมีการพ่นสีทับใหม่ตลอดอายุการใช้งาน ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องสีหลุดลอกปนเปื้อนไปในสายการผลิต

สรุป

การเลือกใช้ตู้สแตนเลสเกรด 304 จึงไม่ใช่เรื่องของความหรูหรา แต่เป็นเรื่องของการลงทุนเพื่อความมั่นคง ความทนทาน และความเป็นมืออาชีพ ด้วยคุณสมบัติในการปกป้องตัวเองจากสนิม ความแข็งแรงที่เหนือกว่า และมาตรฐานสุขอนามัยที่ยอดเยี่ยม ทำให้สแตนเลส 304 เป็นวัสดุที่ไม่มีตัวเลือกใดมาทดแทนได้ในการปกป้องระบบไฟฟ้าที่เป็นหัวใจหลักของธุรกิจคุณ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตู้สแตนเลสเกรด 304

รวมคำถามเกี่ยวกับตู้ไฟและตู้คอนโทรล Stainless Steel 304 สำหรับงานระบบไฟฟ้า และเครื่องจักรอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเลือกตู้รุ่นมาตรฐาน รุ่นหลังคาเชื่อม และหลังคาสโลป ขนาดตู้ ความหนาของวัสดุ ระดับ IP66 และ IK10 ไปจนถึงการติดตั้งอุปกรณ์ภายใน และงานเจาะรูตามแบบ

01
ทำไมงานอุตสาหกรรมจึงนิยมใช้ตู้สแตนเลสเกรด 304?
Stainless Steel 304 เหมาะกับงานที่ต้องการ ความแข็งแรงและความทนทาน ต่อความชื้นและการกัดกร่อน มากกว่าตู้เหล็กพ่นสีทั่วไป โดยไม่ต้องพึ่งชั้นสีภายนอก ในการป้องกันพื้นผิวเพียงอย่างเดียว จึงเหมาะกับตู้ไฟ ตู้คอนโทรลเครื่องจักร โรงงานอุตสาหกรรม และพื้นที่ที่ต้องทำความสะอาดเป็นประจำ
02
SA-72, SB-73 และ SC-74 ควรเลือกตู้แบบไหน?
SA-72 เป็นรุ่นมาตรฐาน เหมาะกับงานติดตั้งทั่วไป ส่วน SB-73 เป็นแบบหลังคาเชื่อม ช่วยเพิ่มการป้องกันบริเวณด้านบนตู้ และ SC-74 เป็นแบบหลังคาสโลป ที่ออกแบบให้ด้านบนมีความลาดเอียง เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการ ลดการค้างของน้ำหรือสิ่งสกปรก จึงควรเลือกรูปแบบตู้ ตามตำแหน่งและสภาพแวดล้อมของหน้างาน
คำถามที่ควรรู้ก่อนเลือกตู้สแตนเลส 304 กดที่คำถามเพื่อดูรายละเอียด
03   ควรเลือกขนาดตู้สแตนเลส 304 อย่างไร?
ควรเริ่มจากขนาดและจำนวน ของอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งภายใน เช่น Breaker, PLC, Contactor, Power Supply, Terminal Block และรางเดินสายไฟ จากนั้นเผื่อพื้นที่ สำหรับการเดินสาย การระบายความร้อน และการซ่อมบำรุง ไม่ควรเลือกตู้จากขนาดอุปกรณ์ แบบพอดีเกินไป เพราะจะทำให้การจัดวาง และการเพิ่มอุปกรณ์ภายหลังทำได้ยาก
04   ตู้สแตนเลส IP66 ช่วยป้องกันอะไร?
ระดับ IP66 หมายถึง ตัวตู้ได้รับการออกแบบ ให้มีการป้องกันฝุ่น และน้ำที่ฉีดเข้าหาตู้ตามเงื่อนไข ของมาตรฐานที่กำหนด จึงเหมาะกับงานอุตสาหกรรม ที่มีฝุ่น ความชื้น หรือต้องทำความสะอาดบริเวณรอบตู้ อย่างไรก็ตามหลังจากเจาะรู ติดตั้ง Cable Gland, พัดลม หรืออุปกรณ์อื่น จุดติดตั้งเหล่านั้นต้องซีลอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาระดับการป้องกันของระบบ
05   มาตรฐาน IK10 ของตู้มีความสำคัญอย่างไร?
IK Rating ใช้บอกระดับ ความสามารถในการทนแรงกระแทก จากภายนอกของตัว Enclosure โดย IK10 เป็นระดับสูง เหมาะกับพื้นที่อุตสาหกรรม ที่ตู้มีโอกาสได้รับแรงกระแทก จากเครื่องมือ วัสดุ หรือกิจกรรมรอบเครื่องจักร ช่วยเพิ่มการปกป้อง PLC, Breaker และอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ติดตั้งอยู่ภายในตู้
06   ความหนาสแตนเลส 1.5–2.0 มม. ควรเลือกจากอะไร?
ความหนาของตู้ควรพิจารณา ร่วมกับขนาดตู้ น้ำหนักของอุปกรณ์ภายใน ลักษณะการติดตั้ง และความแข็งแรงที่ต้องการ ตู้ขนาดเล็กและอุปกรณ์ไม่มาก สามารถใช้โครงสร้างตามสเปกมาตรฐาน ส่วนตู้ขนาดใหญ่ หรือมีอุปกรณ์น้ำหนักมาก ควรพิจารณาความหนา แผ่น Mounting Plate และจุดยึดให้เหมาะสม กับน้ำหนักรวมของระบบ
07   ผิว Hairline และ Sponge Rubber มีหน้าที่อะไร?
Hairline Finish เป็นลักษณะผิวของสแตนเลส ที่ช่วยให้ตัวตู้ดูเรียบร้อย และสะดวกต่อการเช็ดทำความสะอาด ส่วน Sponge Rubber บริเวณแนวประตูทำหน้าที่เป็นซีล ระหว่างประตูกับตัวตู้ ช่วยลดช่องทางที่ฝุ่น น้ำ และความชื้น สามารถเข้าสู่ภายใน Enclosure จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบป้องกันตู้
08   ก่อนสั่งซื้อตู้สแตนเลส 304 ควรเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรแจ้งขนาดตู้ กว้าง × สูง × ลึก รุ่นที่ต้องการ เช่น SA-72, SB-73 หรือ SC-74 รวมถึงจำนวนและขนาด ของอุปกรณ์ที่จะติดตั้งภายใน หากต้องการเจาะรู สำหรับ Push Button, Meter, HMI, Cable Gland, พัดลม หรือ Connector ควรมี Drawing ระบุตำแหน่งและขนาดรู เพื่อให้ผลิตและติดตั้ง ได้ตรงกับหน้างานมากขึ้น