|
Inside Height
|
7, 10, 15, 18, 25, 35, 45 mm
|
ควรสูงกว่าสายเส้นใหญ่ที่สุดอย่างน้อยประมาณ 10% เช่น สาย Ø10 mm ควรมี Inside Height อย่างน้อยประมาณ 11 mm
|
|
Inside Width
|
7, 10, 15, 20, 25, 30, 40, 50, 75 mm
|
ควรเผื่อพื้นที่รวมของสายประมาณ 10-20% เพื่อไม่ให้สายเบียดกันแน่นเกินไป
|
|
Outer Height
|
เช่น 10.5, 17, 23, 40.5, 54, 65 mm
|
ใช้ตรวจสอบว่าความสูงรวมของตัวรางสามารถติดตั้งในพื้นที่เครื่องจักรได้หรือไม่
|
|
Outer Width
|
เช่น 14, 17, 22, 31, 46, 59, 78 mm
|
ต้องเทียบกับพื้นที่ว่างของเครื่องจักร เพราะขนาดภายนอกจะใหญ่กว่า Inside Width เสมอ
|
|
Bending Radius
|
R14, R28, R38, R48, R55, R75, R100, R125, R150 mm
|
ต้องเลือกค่า R ที่ไม่น้อยกว่ารัศมีดัดต่ำสุดของสายภายใน ยิ่ง R มาก สายยิ่งโค้งกว้างและลดความเครียดจากการดัด
|
|
Pitch
|
เช่น 20, 25, 30, 38, 45, 56 mm
|
คือระยะจากจุดกึ่งกลางข้อรางหนึ่งไปยังข้อถัดไป ใช้ช่วยเทียบรุ่นและคำนวณจำนวนข้อ
|
|
Stroke
|
300, 500, 1,000, 1,500, 2,000 mm
|
คือระยะเคลื่อนที่ของเครื่องจักร ใช้ประกอบการคำนวณความยาวรางและตำแหน่ง Fixed End / Moving End
|
|
ความยาวราง
|
เช่น 500, 750, 1,000, 1,500 mm
|
ไม่ควรอ้างอิงจาก Stroke อย่างเดียว ต้องพิจารณาตำแหน่งจุดยึดและค่า Bending Radius ร่วมด้วย
|
|
พื้นที่เผื่อสาย
|
ประมาณ 10-20%
|
ช่วยให้สายขยับตัวได้ ลดการเสียดสี การกดทับ และแรงดึงระหว่างการเคลื่อนที่ซ้ำ
|
|
ขนาดสายตัวอย่าง
|
Ø4, Ø6, Ø8, Ø10, Ø12 mm
|
หากมีหลายเส้น ควรคำนวณพื้นที่รวมและเลือก Inside Width ให้เหลือพื้นที่ว่างตามความเหมาะสม
|
|
จำนวนสาย
|
1, 2, 4, 6, 8 เส้น
|
ยิ่งจำนวนสายมาก ยิ่งควรเพิ่ม Inside Width และอาจใช้ Divider เพื่อแยกกลุ่มสาย
|
|
ช่วงอุณหภูมิ
|
ประมาณ -30°C ถึง +130°C
|
ต้องตรวจสอบวัสดุและรุ่นจริงอีกครั้ง โดยเฉพาะงานที่อยู่ใกล้แหล่งความร้อนหรืออุณหภูมิต่ำ
|
|
ระดับหน่วงไฟ
|
HB (UL94)
|
ใช้ประกอบการเลือกวัสดุให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของเครื่องจักร
|
|
ประเภทงาน
|
CNC / Automation / Robot / Linear Motion
|
เลือกขนาดและ Radius ตามความเร็ว ระยะวิ่ง จำนวนสาย และพื้นที่ติดตั้งจริงของแต่ละเครื่อง
|