01
รางกระดูกงู W-Type ต่างจากรางกระดูกงูทั่วไปอย่างไร?
รางกระดูกงู W-Type
ถูกออกแบบให้สามารถพับทบสลับไปมา
ในลักษณะ Zig-Zag
ทำให้รางความยาวหลายเมตร
สามารถยืดออกเมื่อเครื่องจักรเคลื่อนที่
และพับเก็บกลับเป็นชุดขนาดกะทัดรัดได้
จึงเหมาะกับเครื่องจักร
ที่มีพื้นที่สำหรับเก็บรางจำกัด
โดยเฉพาะระบบเคลื่อนที่ขึ้น–ลงในแนวดิ่ง
02
รางกระดูกงู W-Type เหมาะกับงานประเภทใด?
เหมาะกับระบบที่ต้องเคลื่อนที่
ขึ้น–ลงหรือยืด–หดในระยะทางมาก
แต่มีพื้นที่จัดเก็บรางจำกัด
เช่น ลิฟต์ขนส่งสินค้า
ระบบยกสินค้า
เวทีปรับระดับด้วยระบบไฮดรอลิก
ระบบจอดรถอัตโนมัติ
และเครื่องจักรแนวดิ่ง
ที่ต้องพาสายไฟหรือสายไฮดรอลิก
เคลื่อนที่ไปพร้อมกับชุดเครื่องจักร
คำถามที่ควรรู้ก่อนเลือกรางกระดูกงู W-Type
กดที่คำถามเพื่อดูรายละเอียด
03 W-Type และ S-Type ต่างกันอย่างไร?
S-Type เน้นการโค้งกลับได้สองทิศทาง
หรือ Reverse Bend
เพื่อสร้างเส้นทางการเคลื่อนที่ลักษณะตัว S
ส่วน W-Type เน้นการพับทบ
สลับไปมาหลายชั้นแบบ Zig-Zag
เพื่อประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บราง
ดังนั้นหากเครื่องจักรต้องเปลี่ยนทิศทางการโค้ง
S-Type อาจเหมาะกว่า
แต่หากต้องยืด–หดระยะไกล
และต้องการเก็บรางในพื้นที่แคบ
W-Type จะตอบโจทย์มากกว่า
04 ทำไม W-Type จึงเหมาะกับงานเคลื่อนที่แนวดิ่ง?
เมื่อเครื่องจักรเคลื่อนที่ขึ้น
รางสามารถค่อย ๆ คลายตัวออก
เพื่อพาสายเคลื่อนที่ตามเครื่องจักร
และเมื่อเครื่องจักรลดระดับลง
รางจะพับกลับเรียงตัวเป็นชั้น
ช่วยลดพื้นที่ที่ต้องใช้สำหรับเก็บราง
และช่วยจัดแนวสายให้เป็นระเบียบ
จึงเหมาะกับลิฟต์ยกของ
ระบบยกแนวดิ่ง
และเครื่องจักรที่มีช่วงการเคลื่อนที่สูง
05 ควรเลือกขนาดรางกระดูกงู W-Type อย่างไร?
ควรเริ่มจากตรวจสอบจำนวน
และขนาดภายนอกของสายไฟ
สายสัญญาณ หรือสายไฮดรอลิกทั้งหมด
ที่ต้องติดตั้งภายในราง
จากนั้นเลือก Inside Size
ให้มีพื้นที่สำหรับจัดเรียงสาย
และเหลือช่องว่างสำหรับให้สายเคลื่อนตัว
โดยไม่อัดแน่นจนเกินไป
รวมถึงควรพิจารณาน้ำหนักรวมของสาย
เพราะมีผลต่อการเลือกรุ่นของราง
และระบบรองรับรางด้วย
06 Bending Radius ของ W-Type ควรเลือกจากอะไร?
Bending Radius ควรเลือกให้สัมพันธ์กับ
Minimum Bend Radius
ของสายทุกเส้นที่ติดตั้งอยู่ภายใน
โดยใช้สายที่ต้องการรัศมีการดัดมากที่สุด
เป็นตัวกำหนดขั้นต่ำ
ไม่ควรเลือกรัศมีแคบเกินไป
เพราะเมื่อรางพับและคลายตัวซ้ำ ๆ
สายอาจถูกบังคับให้โค้งมากเกินไป
และเกิดความเค้นสะสมในระยะยาว
07 W-Type จำเป็นต้องใช้ตะกร้าหรือพื้นที่เก็บรางหรือไม่?
สำหรับงานที่รางต้องพับทบหลายชั้น
โดยเฉพาะการเคลื่อนที่แนวดิ่ง
ควรออกแบบพื้นที่หรือ Storage Basket
สำหรับรองรับรางขณะพับเก็บ
เพื่อช่วยควบคุมแนวการพับ
ไม่ให้รางเคลื่อนออกนอกตำแหน่ง
และช่วยให้แต่ละชั้นของราง
เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ
ขนาดพื้นที่เก็บควรสัมพันธ์กับ
ความยาวราง รุ่น และระยะการเคลื่อนที่จริง
08 ก่อนสั่งซื้อรางกระดูกงู W-Type ควรแจ้งข้อมูลอะไรบ้าง?
ควรแจ้งจำนวนและขนาดของสาย
ที่ต้องติดตั้งภายใน
ขนาด Inside สูง × กว้าง
Bending Radius
ความยาวของราง
ระยะยกหรือระยะการเคลื่อนที่
น้ำหนักรวมของสาย
ความเร็วของเครื่องจักร
และขนาดพื้นที่สำหรับพับเก็บราง
รวมถึงแจ้งว่าระบบทำงาน
ในแนวดิ่งหรือแนวราบ
หากมี Drawing
หรือภาพลักษณะการเคลื่อนที่ของเครื่องจักร
จะช่วยประกอบการเลือกรุ่นได้เหมาะสมมากขึ้น