สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล
Cable Gland ขนาด รุ่นสแตนเลส คืออุปกรณ์สำหรับยึดและป้องกันสายไฟจากความเสียหาย โดยผลิตจากวัสดุสแตนเลส เช่น SUS304 หรือ SUS316 ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อน น้ำเค็ม และสารเคมี เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น โรงงานอุตสาหกรรมหรือพื้นที่ใกล้ทะเล เคเบิ้ลแกลนรุ่นสแตนเลสมีให้เลือกหลายขนาด เช่น เกลียว Metric (M12-M63), PG (PG7-PG48) และ NPT (1/4" ถึง 2") รองรับการใช้งานกับสายไฟหลากหลายขนาด
เคเบิ้ลแกลนสแตนเลส
✅ ผลิตจากสแตนเลสเกรดคุณภาพ แข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อน
✅ ทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น ความชื้นสูง หรือสารเคมี
✅ มาตรฐาน IP68 ป้องกันน้ำและฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
💡 เหมาะสำหรับ: ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และงานกลางแจ้ง
เคเบิ้ลแกลนทองเหลืองชุบนิกเกิ้ล
✅ โครงสร้างทำจากทองเหลืองชุบด้วยนิกเกิ้ล ทนต่อสนิมและการกัดกร่อน
✅ ใช้งานง่าย รองรับเกลียวหลายประเภท เช่น PG, NPT, และ M-Thread
✅ มาตรฐาน IP68 ให้การปกป้องสูงสุดในทุกสภาพแวดล้อม
💡 เหมาะสำหรับ: งานติดตั้งสายไฟในอาคาร โรงงาน และพื้นที่ที่ต้องการความทนทาน
สั่งซื้อวันนี้! พร้อมจัดส่งทั่วประเทศในราคาพิเศษ!
เคเบิ้ลแกลนรุ่นสแตนเลสผลิตจากวัสดุ SUS304 หรือ SUS316 ซึ่งมีความทนทานสูงต่อการกัดกร่อนจากน้ำเค็ม ความชื้น และสารเคมี ทำให้เหมาะสำหรับใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น พื้นที่กลางแจ้ง ท่าเรือ หรือโรงงานเคมีรองรับ มาตรฐาน IP68 ที่สามารถป้องกันน้ำและฝุ่นได้อย่างสมบูรณ์ มีให้เลือกหลายขนาดตามประเภทเกลียว ได้แก่ Metric (M), PG, และ NPT โดยรองรับสายไฟหลากหลายขนาดตั้งแต่สายเล็กถึงสายใหญ่คุณสมบัติเด่นคือความแข็งแรง ทนทานต่ออุณหภูมิสูงและแรงกระแทก ติดตั้งง่าย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในระบบไฟฟ้าทุกประเภท
ตู้ที่ทำจากสแตนเลส ใช้สำหรับบรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์, สวิตช์, และระบบควบคุมต่างๆ เพื่อป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าจากฝุ่น, น้ำ, ความชื้น, และสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เหมาะสำหรับงานภายนอกอาคารหรือในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมและบริเวณที่มีความชื้นสูง
Waterproof Cable Gland คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดจับและป้องกันการรั่วซึมของสายไฟที่ผ่านเข้าสู่ภาชนะหรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยจากน้ำหรือสิ่งสกปรก โดยส่วนใหญ่จะใช้ในงานที่มีสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหรือความชื้นสูง เช่น ระบบไฟฟ้าภายนอกอาคาร หรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำ เช่น เรือ อุตสาหกรรมเคมี หรือโรงงานที่มีการผลิตที่มีความชื้น
กระดูกงูร้อยสายไฟ ใช้ในการป้องกันและจัดระเบียบสายไฟ หรือสายเคเบิล ภายในอาคารหรือพื้นที่อุตสาหกรรม โดยมีโครงสร้างที่เป็นรางที่สามารถวางสายไฟได้อย่างปลอดภัยและสะดวก ช่วยให้การติดตั้งสายไฟเป็นระเบียบและง่ายต่อการบำรุงรักษา
ท่อร้อยสายไฟที่ออกแบบเป็นโครงสร้างคล้ายกระดูกงู มีความยืดหยุ่นสูง ใช้สำหรับปกป้องและจัดเก็บสายไฟหรือสายเคเบิลในระบบไฟฟ้าโดยช่วยป้องกันสายไฟจากการเสียดสี การกระแทก และความเสียหายอื่นๆ เหมาะสำหรับการใช้งานในเครื่องจักรหรือระบบที่มีการเคลื่อนไหว
หมายถึงการระบุขนาดของ เคเบิ้ลแกลนที่ใช้สำหรับยึดและป้องกันสายไฟให้เหมาะสมกับสายไฟและอุปกรณ์ที่ใช้งาน โดยขนาดจะพิจารณาจากเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟที่ใช้งานและประเภทของเกลียวที่ต้องการติดตั้ง ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน การระบุขนาดของ Cable Gland ขนาดรุ่นสแตนเลสมีข้อมูลดังนี้: ประเภทเกลียว: Metric (M): เช่น M12, M20, M40 PG (Panzer-Gewinde): เช่น PG7, PG13.5, PG36 NPT (National Pipe Thread): เช่น 1/4″, 1″, 2″ เส้นผ่านศูนย์กลางสายไฟที่รองรับ: ขนาดของ จะระบุช่วงเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟที่สามารถยึดได้ เช่น 6-12 มม., 12-20 มม. วัสดุและมาตรฐาน:วัสดุที่ใช้ เช่น สแตนเลส, ทองเหลืองชุบนิกเกิล, หรือพลาสติก มาตรฐานการป้องกัน เช่น IP68 สำหรับการป้องกันน้ำและฝุ่น
การวัดขนาดของเคเบิ้ลแกลน (Diameter)
โดยทั่วไปแล้ว ขนาดที่เราต้องพิจารณาในการเลือกมี 2 ขนาดหลัก คือ
ขั้นตอนการติดตั้งเคเบิ้ลแกลน (Cable Gland)
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบเกลียวของอุปกรณ์ เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ที่จะติดตั้งมีการ ต๊าปเกลียว หรือยัง หากมี ควรตรวจสอบประเภทและขนาดของเกลียว เช่น PG (PG7, PG9, PG21), M (M20, M25, M40) หรือ NPT (NPT1/2”, NPT3/4”) เพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับที่จะใช้
ขั้นตอนที่ 2: วัดขนาดรูเส้นผ่านศูนย์กลาง ใช้เครื่องมือวัด เช่น เวอร์เนียร์หรือไม้บรรทัด วัดขนาดรูเส้นผ่านศูนย์กลางของอุปกรณ์ที่ต้องการติดตั้ง ตรวจสอบว่าขนาดของรูตรงกับที่กำหนดไว้ในเอกสารคู่มือ
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบขนาดสายไฟหรือสายเคเบิ้ล พิจารณาขนาดสายไฟหรือสายเคเบิ้ลที่ต้องการเข้าสาย โดยเปรียบเทียบกับช่วงขนาดที่รองรับ (Cable Range) หากสายเล็กหรือใหญ่เกินไป อาจทำให้ติดตั้งไม่แน่นหนา หรือมีโอกาสเกิดการรั่วซึม
ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้งสายเคเบิ้ลและขันเกลียว ใส่สายเคเบิ้ลเข้าไปในเคเบิลแกลนอย่างระมัดระวัง ป้องกันการฉีกขาดหรือเสียหาย จากนั้นทำการ ขันเกลียวให้แน่น จนรู้สึกว่าสายเคเบิ้ลอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคง แต่ระวังอย่าขันแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้สายเสียหาย
การเลือกขนาดที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากต้องรองรับเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟได้พอดี เพื่อให้สามารถยึดสายไฟได้แน่นหนาโดยไม่หลวมจนเกิดการเคลื่อนที่หรือแน่นเกินไปจนทำให้สายไฟเสียหายการเลือกขนาดที่ถูกต้องช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของสายไฟ เช่น การแตกหักหรือการลัดวงจร และเพิ่มความมั่นใจในความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า โดยต้องพิจารณาทั้งประเภทเกลียวและช่วงเส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟที่รองรับ นอกจากนี้ การเลือกเคเบิ้ลแกลน ที่มีขนาดและวัสดุเหมาะสม ยังช่วยให้การติดตั้งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับสภาพแวดล้อมที่ใช้งานได้ดี เช่น การกันน้ำ การกันฝุ่น หรือการทนต่อแรงกระแทกในพื้นที่ใช้งานที่รุนแรง
ในงานติดตั้งระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องการความทนทานสูงและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น พื้นที่ที่มีความชื้นสูง, ฝุ่นละอองมาก หรือสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี คุณสมบัติทนต่อการกัดกร่อนและความเสียหายจากสภาพแวดล้อมรุนแรง อีกทั้งยังช่วยยึดสายเคเบิลให้แน่นหนา ป้องกันการรั่วไหลของน้ำหรือฝุ่นเข้าสู่ตัวอุปกรณ์
การเชื่อมต่อกับท่อร้อยสาย (Conduit Systems): ในระบบท่อร้อยสายไฟฟ้า ถูกใช้เพื่อเชื่อมต่อสายเคเบิลกับท่อร้อยสายที่เป็นโลหะหรือพลาสติก เกลียว NPT ทำหน้าที่เชื่อมต่อระหว่างท่อและสายเคเบิลให้แน่นหนา ป้องกันการเคลื่อนไหวของสายภายในท่อ ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดความเสียหายจากการดึงหรือแรงกระแทก นอกจากนี้ การใช้งานช่วยป้องกันการกัดกร่อนและเพิ่มความทนทานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมี
การเข้าสายไฟกับ กล่องอลูมิเนียมกันน้ำ เป็นกระบวนการที่สายไฟถูกติดตั้งเข้าสู่กล่องควบคุมหรือเชื่อมต่อที่ทำจากวัสดุอลูมิเนียม พร้อมทั้งป้องกันน้ำและฝุ่นเพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน โดยกระบวนการนี้ต้องใช้ Cable Gland เพื่อช่วยยึดสายไฟให้แน่นหนาและป้องกันไม่ให้มีการรั่วไหลของน้ำหรือฝุ่นเข้าสู่กล่อง
ขั้นตอนสำคัญในการเข้าสายไฟกับกล่องอลูมิเนียมกันน้ำ:
การเข้าสายไฟกับกล่องอลูมิเนียมกันน้ำเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นหรือฝุ่นสูง เช่น งานกลางแจ้ง โรงงาน หรืออุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการความทนทานและความปลอดภัยสูงสุดในระบบไฟฟ้า
ส่วนประกอบของ Cable gland ขนาดรุ่น stainless 316 เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดและป้องกันสายไฟหรือสายเคเบิลให้แข็งแรง ไม่หลุดลุ่ย และยังช่วยป้องกันน้ำและฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปภายในอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อีกด้วย
1. Sealing Nut (ตัวน็อตซีล) หน้าที่: ทำหน้าที่ในการบีบอัดส่วนของซีลและโอริงให้แน่นสนิท เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำและฝุ่นละอองเข้าไปภายใน
2. Plastic Claw (กรงเล็บพลาสติก) หน้าที่: ทำหน้าที่ยึดจับสายไฟหรือสายเคเบิลให้แน่น ไม่ให้หลุดออกเมื่อถูกดึงหรือสั่นสะเทือน
3. NBR Seal (ซีลยาง NBR) หน้าที่: ทำหน้าที่เป็นตัวซีล ป้องกันไม่ให้น้ำและฝุ่นละอองซึมผ่านเข้าไปภายในได้
4. Body (ตัวบอดี้) หน้าที่: เป็นส่วนประกอบหลักที่ทำหน้าที่รองรับส่วนประกอบอื่น ๆ และยึดติดกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
5. O-ring (โอริง) หน้าที่: ทำหน้าที่เป็นตัวซีลเพิ่มเติม ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำและฝุ่นละออง
6. Lock Nut (น็อตล็อค) หน้าที่: ทำหน้าที่ยึดตัว Cable Gland ให้ติดแน่นกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ให้หลุดออก
การติดตั้งสายไฟมีความสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องปรับตำแหน่งของสายไฟบ่อยๆ ซึ่งทำให้การทำงานในพื้นที่แคบหรือพื้นที่ที่มีความยุ่งเหยิงสะดวกมากยิ่งขึ้นช่วยยึดสายไฟให้คงที่ ทำให้ไม่เกิดการเคลื่อนย้ายหรือการบิดเบี้ยวของสายไฟในระหว่างการใช้งาน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสายไฟหรือระบบไฟฟ้าได้ ด้วยการยึดแน่นและการจัดระเบียบสายไฟที่ถูกต้อง ทำให้การบำรุงรักษาและตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นไปได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพการใช้งานยังช่วยให้การเดินสายไฟมีความเรียบร้อย สามารถตรวจสอบหรือเปลี่ยนสายไฟได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเคลื่อนย้ายสายไฟที่อาจก่อให้เกิดอันตราย การติดตั้งอย่างถูกวิธีช่วยลดความเสี่ยงจากการบิดหรือดึงสายไฟในระหว่างการติดตั้งหรือใช้งาน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้เกิดความเสียหายหรือไฟฟ้าลัดวงจร
ทำหน้าที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้สายไฟเคลื่อนที่ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากแรงดึงหรือการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันน้ำ ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าสู่ กล่องเชื่อมต่อ, กล่องควบคุม, หรือ อุปกรณ์ไฟฟ้า ต่าง ๆ
ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ Cable Gland จึงเป็นส่วนประกอบสำคัญในการรักษาความปลอดภัยและความคงทนของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น กลางแจ้ง โรงงาน หรือพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
การติดตั้งยังช่วยให้การยึดสายไฟในตำแหน่งที่แน่นหนาและมั่นคง ไม่ให้มีการเคลื่อนที่หรือสึกหรอจากการใช้งาน ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความเสถียรและปลอดภัยสูงขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องทำงานในพื้นที่ที่มีการสั่นสะเทือนหรือแรงกระแทก
นอกจากนี้ การป้องกันน้ำและฝุ่นจาก ยังช่วยปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในกล่องเชื่อมต่อหรือกล่องควบคุมไม่ให้ได้รับความเสียหายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น น้ำเข้ากล่องหรือลัดวงจรจากการมีฝุ่นสะสมในอุปกรณ์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถเพิ่มอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุในระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Cable Gland ทั้ง 3 วัสดุ: สแตนเลส, ทองเหลืองชุบนิกเกิล, และพลาสติก โดยสแตนเลส (Stainless Steel) เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและการเสื่อมสภาพ เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่ทองเหลืองชุบนิกเกิล (Nickel Plated Brass) มีความแข็งแรงและทนทานต่อการกัดกร่อน ทำให้เหมาะสำหรับงานไฟฟ้าที่ต้องการความทนทานสูง เช่น ระบบไฟฟ้าทั่วไปและงานที่มีแรงดันไฟฟ้าสูง ส่วนพลาสติก (Plastic) เช่น PA66 หรือ Nylon 6/6 ทนต่อสารเคมีและการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมภายนอก ใช้งานได้ดีในอุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่สัมผัสกับสารเคมีที่รุนแรง ทั้งสามวัสดุนี้เหมาะกับการเลือกใช้ในงานที่มีความต้องการพิเศษตามสภาพแวดล้อมต่างๆ
อธิบายสรุป Cable Gland ขนาด รุ่นสแตนเลส คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดและป้องกันสายไฟในระบบไฟฟ้า โดยทำจากวัสดุ สแตนเลส เช่น SUS304 หรือ SUS316 ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนจากน้ำเค็ม, ความชื้น, และสารเคมี ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง เช่น ท่าเรือ, โรงงานเคมี หรือพื้นที่กลางแจ้ง การใช้งานจะขึ้นอยู่กับ เส้นผ่านศูนย์กลางของสายไฟ ที่ใช้ เช่น M12, M20, M32 หรือ PG7, PG21 เป็นต้น พร้อมทั้งมีเกลียวที่หลากหลาย เช่น เกลียว Metric (M), PG, และ NPT ซึ่งช่วยให้การติดตั้งสายไฟเข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง