สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล

รางกระดูกงูราคารางคู่
Cable chain twin

รางกระดูกงูรางคู่ หรือ Cable Chain Twin เป็นรางร้อยสายแบบพิเศษที่มีช่องสำหรับวางสายไฟหรือท่อแยกออกเป็น 2 ช่องขนานกันในตัวเดียว โดยโครงสร้างของรางถูกออกแบบให้รองรับสายหลายชุดที่ต้องการแยกกลุ่มกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านของระบบควบคุมไฟฟ้าและระบบลม/ไฮดรอลิกในเครื่องจักร งูรางคู่ควรพิจารณาจากลักษณะของสายไฟหรือท่อที่ใช้งานร่วมด้วย โดยเว้นระยะภายในให้มากกว่าขนาดสายจริงประมาณ 10-20% เพื่อป้องกันการเสียดสีและให้มีพื้นที่ระบายความร้อน

"รางกระดูกงูราคารางคู่ Cable chain twin"

รองรับการแยกประเภทของสายไฟและท่อ

รางกระดูกงูราคารางคู่ รองรับการแยกประเภทของสายไฟและท่อ การมีรางแยกซ้าย-ขวาช่วยให้สามารถจัดระเบียบสายไฟ สายควบคุม และท่อส่งลม/ของเหลวให้แยกออกจากกันได้ ลดความเสี่ยงจากสัญญาณรบกวน (EMI) หรือการเสียดสีกันเองของสาย ง่ายต่อการตรวจสอบและบำรุงรักษา รางแบบโปร่งในแต่ละฝั่งของรางคู่ ช่วยให้สามารถเปิดฝาครอบและตรวจเช็กสายได้อย่างสะดวก ไม่ต้องถอดรางทั้งเส้นพร้อมให้คำแนะนำและเลือกขนาดที่เหมาะสมกับงานของคุณ 📌 สนใจสอบถามหรือสั่งซื้อ ติดต่อเราได้เลยค่ะ! 📞

สินค้าจัดรายการ🖱️

รางกระดูกงูราคามีทั้งแบบเปิดด้านบน และแบบปิดทึบ

สามารถเลือกทั้งแบบเปิดด้านบน (Open Type) และแบบปิดทึบ (Close Type) เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย แบบเปิดด้านบนเหมาะสำหรับงานที่ต้องการบำรุงรักษาหรือเปลี่ยนสายไฟบ่อย เพราะสามารถเปิดฝาครอบได้สะดวก ส่วนแบบปิดทึบเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นละออง น้ำมัน หรือสิ่งสกปรก ช่วยป้องกันสายไฟจากความเสียหาย โครงสร้างของทั้งสองแบบทำจากวัสดุทนทาน เช่น PA6/PA66 หรือเหล็ก และสามารถเลือกค่า Bend Radius ได้ตามลักษณะการใช้งาน ช่วยให้สายไฟทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีอายุการใช้งานยาวนาน

หากต้องการตารางขนาดมาตรฐานของ Cable Chain Twin เช่น ความกว้าง (W), ความสูงภายใน (H), Bend Radius (R), ความยาวลิงค์ ฯลฯ เราสามารถช่วยสรุปให้เป็นตารางเพื่อเลือกใช้งานได้สะดวก แบบพลาสติกหรือโลหะใช้กับเครื่องประเภทใด เช่น CNC, หุ่นยนต์, สายพานอัตโนมัติ ฯลฯ 

Features of Cable drag chain

  • แยกสายอย่างเป็นระเบียบ – ลดปัญหาสายพันกันและลดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน
  • รองรับงานซับซ้อน – เหมาะสำหรับเครื่องจักรที่มีการเดินสายหลายระบบพร้อมกัน
  • มีให้เลือกทั้งแบบเปิดและปิด – ตอบโจทย์ทั้งงานที่ต้องบำรุงรักษาบ่อยและงานในสภาพแวดล้อมรุนแรง
  • โครงสร้างแข็งแรง – ทำจากวัสดุ PA6 หรือโลหะ เพื่อรองรับการเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง
  • ติดตั้งง่าย – มีอุปกรณ์เสริมครบ เช่น ฝาปิด ลิงค์ล็อก ขาเหล็กยึดหัวท้าย

ตัวอย่างการใช้งาน:

  • เครื่องจักร CNC ที่ต้องแยกสายไฟกับสายลม
  • ระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่ต้องการแยกสายสื่อสารกับสายพลังงาน
  • งานที่ต้องลดการรบกวนของสัญญาณไฟฟ้า
หมวด สินค้าใกล้เคียง

กระดูกงูร้อยสายไฟใช้ในการ ป้องกันและจัดระเบียบสายไฟ หรือสายเคเบิลต่างๆ ภายในอาคารหรือพื้นที่อุตสาหกรรม โดยมีโครงสร้างที่เป็นรางที่สามารถวางสายไฟได้อย่างปลอดภัยและสะดวก ช่วยให้การติดตั้งสายไฟเป็นระเบียบและง่ายต่อการบำรุงรักษา

ท่อร้อยสายไฟที่ออกแบบเป็นโครงสร้างคล้ายกระดูกงู มีความยืดหยุ่นสูง ใช้สำหรับปกป้องและจัดเก็บสายไฟหรือสายเคเบิลในระบบไฟฟ้าโดยช่วยป้องกันสายไฟจากการเสียดสี การกระแทก และความเสียหายอื่นๆ เหมาะสำหรับการใช้งานในเครื่องจักรหรือระบบที่มีการเคลื่อนไหว

หมวด สินค้าที่เกี่ยวข้อง

ตู้ที่ทำจากสแตนเลส ใช้สำหรับบรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์, สวิตช์, และระบบควบคุมต่างๆ เพื่อป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าจากฝุ่น, น้ำ, ความชื้น, และสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เหมาะสำหรับงานภายนอกอาคารหรือในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมและบริเวณที่มีความชื้นสูง

เคเบิ้ลแกลนกันน้ำ (Waterproof Cable Gland) คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดจับและป้องกันการรั่วซึมของสายไฟที่ผ่านเข้าสู่ภาชนะหรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยจากน้ำหรือสิ่งสกปรก โดยส่วนใหญ่จะใช้ในงานที่มีสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหรือความชื้นสูง เช่น ระบบไฟฟ้าภายนอกอาคาร หรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำ เช่น เรือ อุตสาหกรรมเคมี หรือโรงงานที่มีการผลิตที่มีความชื้น

รางกระดูกงูรางคู่ (Cable Chain Twin) คืออะไร?

Cable Chain Twin คือรางกระดูกงูที่มีช่องร้อยสายสองช่องแยกออกจากกันภายในโครงสร้างเดียว เหมาะสำหรับการจัดระเบียบสายไฟหรือท่อที่ต้องแยกประเภท เช่น สายไฟฟ้าและสายลม เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนหรือการเสียดสีกันของสายภายใน ตัวรางผลิตจากวัสดุแข็งแรง เช่น พลาสติก PA6 หรือโลหะ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โครงสร้างแบบคู่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความยุ่งเหยิงของสาย เหมาะกับเครื่องจักรที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น ระบบอัตโนมัติ CNC และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ช่วยให้สายไม่พันกันและดูแลรักษาได้ง่าย

การวัดความขนาดของกระดูกงูเก็บสายไฟ

การวัดความขนาดของกระดูกงูต่อสายไฟ (Cable Chain Measurement)

การเว้นช่องว่างอย่างน้อย 10% ทั้งในด้านความกว้างและความสูงภายในรางเคเบิลเป็นสิ่งสำคัญมากในการติดตั้งและใช้งานเพื่อป้องกันการสึกหรอและลดโอกาสเกิดความเสียหายกับสายเคเบิลหรือสายพาน โดยการทำตามแนวทางนี้ จะช่วยให้การติดตั้งและใช้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราสามารถทำได้ตามแนวทางดังนี้:

  • 1. การวัดความกว้างของราง (Chain Width Measurement) ทำการวัดความกว้างของ  โดยให้ความสนใจว่าความกว้างนี้ต้องพอเพียงสำหรับการติดตั้งสายเคเบิลหรือสายพานหลายเส้นในแนวขนาน ซึ่งหากมีสายหลายเส้นในรางเดียว ควรมีช่องว่างระหว่างแต่ละเส้นอย่างน้อย 10% ของความกว้างสาย
  • 2. การคำนวณค่า 10% ของความกว้างสายเคเบิล (Calculate 10% of Cable Width) เมื่อทราบความกว้างของสายเคเบิลหรือสายพานที่ต้องการติดตั้งในรางแล้ว ให้คำนวณค่า 10% ของความกว้างนี้เพื่อเป็นช่องว่างเพิ่มเติม โดยการเพิ่ม 10% นี้จะช่วยป้องกันการเสียดสีและช่วยให้การเคลื่อนที่ของสายทำได้อย่างราบรื่น ลดความตึงเครียดของสายขณะเคลื่อนที่
  • 3. เว้นช่องว่างความสูงอย่างน้อย 10% ไม่เพียงแค่ความกว้าง ช่องว่างในแนวสูงภายในรางก็ควรมีอย่างน้อย 10% ของเส้นผ่านศูนย์กลางของสายเคเบิลหรือสายพานเช่นกัน เพื่อให้สายเคเบิลไม่เกิดการบีบอัดและสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระขณะการทำงาน
  • 4. ประโยชน์จากการเว้นช่องว่างที่เหมาะสม การเว้นช่องว่างทั้งด้านกว้างและสูงอย่างน้อย 10% จะช่วยลดการสึกหรอที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสายภายในราง ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของสายเคเบิลและสายพานได้ ทำให้ระบบการเคลื่อนที่ภายในเครื่องจักรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้น ลดโอกาสเกิดปัญหาขัดข้องที่อาจส่งผลต่อการผลิตหรือการทำงานของระบบ

รัศมีการดัดโค้ง (Bending Radius) ของกระดูกงูมีจุดสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้

  • หลักการเว้นพื้นที่ 15%: ควรเว้นพื้นที่ในรางอย่างน้อย 15% ของพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้สายไฟหรือท่อสามารถเคลื่อนไหวได้โดยไม่เกิดแรงกดหรือแรงตึงที่อาจทำให้สายเสียหาย
  • การรองรับการเคลื่อนไหวอย่างอิสระ: พื้นที่ว่างช่วยให้สายไฟหรือท่อโค้งงอได้โดยไม่มีแรงกระทำมากเกินไป ลดความเสี่ยงต่อการเสียหายจากการเสียดสี
  • ผลกระทบต่ออายุการใช้งาน: หากเว้นพื้นที่ไม่เพียงพอ อาจทำให้สายไฟหรือท่อขาดความยืดหยุ่นและเกิดการสึกหรอ ซึ่งจะลดอายุการใช้งานของทั้งรางและสายไฟ
  • ความสำคัญของรัศมีโค้ง: รัศมีโค้งที่เหมาะสมช่วยลดแรงกระทำต่อสายไฟและราง ทำให้ระบบเคลื่อนไหวได้ราบรื่นและยืดอายุการใช้งาน

หลายขนาดให้เลือกตามความยาว ความกว้าง และค่า Bend Radius (R)

รางกระดูกงูราคารางคู่ หลากหลายขนาดให้เลือกตามลักษณะงานที่ใช้งาน โดยสามารถเลือกได้ตามความกว้าง ความสูง และความยาวของรางที่ต้องการ รองรับการติดตั้งสายไฟหรือท่อในปริมาณมากหรือแยกประเภทของสายออกจากกันได้อย่างเป็นระเบียบ ขนาดของรางจะมีผลต่อความสามารถในการรับน้ำหนักและการโค้งงอของสายภายใน ค่า Bend Radius (R) เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา เพื่อให้สายไม่หักงอเกินขีดจำกัดและยืดอายุการใช้งาน รางขนาดใหญ่เหมาะกับสายไฟเส้นใหญ่หรือจำนวนมาก ในขณะที่รางขนาดเล็กเหมาะกับระบบขนาดกะทัดรัดที่ต้องการความยืดหยุ่นสู

ตารางสรุปรางกระดูกงูรางคู่ vs รางเดี่ยว:

ความสามารถรองรับสายไฟหลายขนาดได้พร้อมกัน

วัสดุพลาสติก PA6 / เหล็กชุบกัลวาไนท์ และสแตนเลส

ความแตกต่างและการเลือกใช้งานรางกระดูกงูรางคู่ vs รางเดี่ยว:

1. โครงสร้างและจำนวนช่อง

  • รางเดี่ยว (Single Cable Chain) มีช่องทางเดินสายเพียงช่องเดียว ใช้สำหรับรวมสายทั้งหมดไว้ในทางเดียว เหมาะกับงานทั่วไปที่ไม่ต้องแยกประเภทของสาย
  • รางคู่ (Twin Cable Chain) มีสองช่องแยกกัน ช่วยจัดสายไฟกับสายสัญญาณให้อยู่คนละฝั่ง ป้องกันสัญญาณรบกวน และลดความเสี่ยงจากความร้อนหรือไฟฟ้าลัดวงจร

2. การจัดระเบียบสาย

  • รางเดี่ยว จัดสายทั้งหมดในช่องเดียว อาจพันกันได้หากมีหลายสายหรือมีขนาดสายต่างกันมาก
  • รางคู่ ช่วยแยกประเภทของสาย เช่น สายไฟแรงสูง กับสายควบคุม ทำให้ดูเรียบร้อย ปลอดภัย และตรวจสอบง่ายในภายหลัง

3. ขนาดและพื้นที่ใช้งาน

  • รางเดี่ยว ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่า เหมาะกับเครื่องจักรขนาดเล็กหรือพื้นที่จำกัด
  • รางคู่ ใช้พื้นที่มากขึ้น แต่ให้ความสามารถในการจัดระเบียบที่ดีกว่า เหมาะกับงานอุตสาหกรรมหนักหรือระบบอัตโนมัติซับซ้อน

4. การป้องกันและความทนทาน

  • รางเดี่ยว มีแบบโปร่งและปิดให้เลือก แต่การแยกสายอาจยากเมื่อมีสายหลายประเภท
  • รางคู่ มีความสามารถในการป้องกันสายได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในแบบปิด ช่วยลดการเสียดสีระหว่างสายต่างประเภท

5. งานที่เหมาะสม

  • รางเดี่ยว เหมาะกับระบบเดินสายไฟทั่วไป, เครื่องจักรขนาดเล็ก, หุ่นยนต์แขนกล
  • รางคู่ เหมาะกับเครื่อง CNC, เครื่องจักรที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว, งานอัตโนมัติที่มีสายไฟและสัญญาณจำนวนมาก

6. สรุปการเลือกใช้งาน

  • หากต้องการ ความเรียบง่าย ประหยัดพื้นที่ และงานเบา → เลือกรางเดี่ยว
  • หากต้องการ แยกสายอย่างปลอดภัย เพิ่มความทนทาน และงานอุตสาหกรรมหนัก → เลือกรางคู่

ตารางสรุปรางกระดูกงูรางคู่ vs รางเดี่ยว:

คุณสมบัติรางเดี่ยว (Single Cable Chain)รางคู่ (Twin Cable Chain)
โครงสร้างมีช่องเดียวสำหรับสายไฟทั้งหมดมีสองช่องแยกสำหรับสายไฟและสายสัญญาณ
การจัดระเบียบสายเหมาะกับงานทั่วไปที่มีสายเดียวหรือไม่ซับซ้อนช่วยแยกสายประเภทต่างๆ ออกจากกันได้ดี
การใช้พื้นที่ใช้พื้นที่น้อยกว่าใช้พื้นที่มากกว่า แต่ให้ความเป็นระเบียบดี
การป้องกันสายป้องกันได้เพียงบางประเภทสายป้องกันได้ดีขึ้นสำหรับการแยกประเภทสายต่างๆ
งานที่เหมาะสมระบบเดินสายไฟทั่วไป, เครื่องจักรขนาดเล็กระบบอัตโนมัติ, เครื่อง CNC, งานอุตสาหกรรมหนัก
ความทนทานทนทานพอสมควร สำหรับงานเบาทนทานสูงกว่า เหมาะสำหรับงานหนักหรือระบบที่มีการเคลื่อนไหวมาก

ความสามารถรองรับสายไฟหลายขนาดได้พร้อมกัน

สามารถรองรับสายไฟหลายขนาดได้พร้อมกัน โดยเฉพาะในกรณีของ รางกระดูกงูราคาแบบรางคู่ (Twin Cable Chain) ซึ่งออกแบบมาเพื่อแยกสายไฟประเภทต่างๆ ให้ไม่ยุ่งเหยิงและมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยการจัดแบ่งช่องต่างๆ สำหรับแต่ละประเภทของสาย เช่น สายไฟแรงสูง และสายสัญญาณ หรือสายควบคุม.

คุณสมบัติที่ช่วยรองรับสายไฟหลายขนาด:

  • ช่องทางแยก: สามารถแบ่งช่องทางให้สายไฟที่มีขนาดและประเภทต่างกัน ไม่ให้สัมผัสหรือพันกัน.
  • ความยืดหยุ่น: การเลือกใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นและทนทานช่วยให้รองรับสายไฟที่มีขนาดต่างกันได้ดีขึ้น
  • ออกแบบช่องทางที่หลากหลาย: มีขนาดช่องที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน ทำให้สามารถจัดการสายไฟหลายขนาดในรางเดียวได้.
  • ลดการเสียดสี: ช่วยลดการเสียดสีและความเสียหายของสายไฟ โดยการแยกแต่ละประเภทสายออกจากกัน.

รางกระดูกงูราคารางคู่ทั้งแบบเปิดด้านบน และแบบปิดทึบ

แบบเปิดด้านบน และ แบบปิดทึบ โดยทั้งสองแบบมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน (Open Type): เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการระบายความร้อนดีและเข้าถึงสายไฟได้ง่าย ใช้ในระบบที่ต้องการบำรุงรักษาบ่อย เช่น ระบบ CNC หรือการขนส่งในอุตสาหกรรม (Closed Type): ป้องกันฝุ่น, สิ่งสกปรก และสารเคมีจากการสัมผัสสายไฟภายใน เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงจากสิ่งรบกวนภายนอก การเลือกใช้กระดูกงูแบบเปิดหรือปิด ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความถี่ในการบำรุงรักษา, สภาพแวดล้อมการทำงาน, และความต้องการในการป้องกันสิ่งรบกวนภายนอก ซึ่งการเลือกใช้งานที่ถูกต้องจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของระบบสายไฟได้อย่างยาวนาน

วัสดุพลาสติก PA6 / เหล็กชุบกัลวาไนท์ และสแตนเลส

พลาสติก PA6 (Polyamide 6): พลาสติก PA6 มีคุณสมบัติที่ดีในการทนทานต่อแรงกดและการเสียดสีสูง พลาสติกชนิดนี้ยังมีความยืดหยุ่นดี ทนทานต่อสารเคมีบางชนิดและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือสารเคมีเบา ๆ โดยไม่เสี่ยงต่อการกัดกร่อน หรือการแตกหักจากการกระแทก นอกจากนี้ยังมีน้ำหนักเบา ทำให้การติดตั้งและการขนย้ายสะดวกมากขึ้น

เหล็กชุบกัลวาไนท์: เหล็กชุบกัลวาไนท์มีคุณสมบัติในการทนทานต่อการกัดกร่อนและความชื้นสูง เนื่องจากชั้นเคลือบสังกะสีบนพื้นผิวช่วยป้องกันการเกิดสนิม เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการสัมผัสกับน้ำหรือสารเคมีที่สามารถทำให้เหล็กเกิดสนิมได้ เหล็กชนิดนี้มีความแข็งแรงสูงและเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานในการรองรับน้ำหนักมาก ๆ

สแตนเลส: ทำจากสแตนเลสมีคุณสมบัติในการทนทานต่อการกัดกร่อนจากทั้งน้ำและสารเคมีได้ดีเยี่ยม สแตนเลสมีความแข็งแรงสูงและทนทานต่อการขัดสีและแรงกระแทก เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมหนัก เช่น อุตสาหกรรมเคมี หรืออาหารที่ต้องการความปลอดภัยและความทนทานสูง เนื่องจากสแตนเลสไม่เป็นสนิมและสามารถทนต่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้ดี

หมวด สินค้าประจำหมวด

Cable Drag Chain คือ รางที่ใช้ในการจัดระเบียบและป้องกันสายเคเบิลหรือท่อ ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มความทนทานในสภาพแวดล้อมที่มีความร้อนสูงและสารเคมีต่าง ๆ โดยช่วยป้องกันการเสียดสี การพันกัน และการเสียหายของสายไฟ ช่วยยืดอายุการใช้งานของสายไฟหรือท่อในระยะยาว มีความเหมาะสมสำหรับการใช้งานในงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความทนทานสูง เช่น โรงงาน, เครื่องจักร, และระบบไฟฟ้าที่ต้องการความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่.

อธิบายสรุป รางกระดูกงูราคารางคู่ (Cable Chain Twin) เป็นระบบรางที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสายไฟหลายประเภทพร้อมกัน โดยมีโครงสร้างที่ประกอบด้วยสองช่องแยกซึ่งสามารถใส่สายไฟหรือท่อหลายขนาดได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยให้การจัดระเบียบสายไฟมีประสิทธิภาพมากขึ้นและช่วยลดความยุ่งเหยิงในการติดตั้ง มีข้อดีในการรองรับโหลดที่มากขึ้นและสามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการเคลื่อนที่หรือการใช้งานที่มีความซับซ้อนสูง เช่น ในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีเครื่องจักรหลายประเภททำงานพร้อมกัน