สยามร่วมค้า | ศูนย์รวมอุปกรณ์ป้องกันสายไฟและท่อลมอุตสาหกรรมมาตรฐานสากล
เคเบิ้ลแกลน คืออุปกรณ์ที่ใช้สำหรับยึดและป้องกันสายไฟหรือสายเคเบิลจากการเคลื่อนที่หรือการเสียหายขณะติดตั้งในระบบไฟฟ้า มันช่วยป้องกันการบีบอัด การดึง หรือการฉีกขาดของสายไฟ รวมถึงการป้องกันน้ำและฝุ่นไม่ให้เข้าสู่อุปกรณ์ไฟฟ้า โดยทำจากวัสดุที่มีความแข็งแรงและทนทาน เช่น ทองเหลืองชุบนิกเกิ้ล หรือพลาสติก มีขนาดและเกลียวที่หลากหลาย เช่น NPT, PG และ M เพื่อให้สามารถใช้งานได้กับสายไฟหลากหลายประเภทและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้า
เคเบิ้ลแกลนสแตนเลส
✅ ผลิตจากสแตนเลสเกรดคุณภาพ แข็งแรง ทนต่อการกัดกร่อน
✅ ทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น ความชื้นสูง หรือสารเคมี
✅ มาตรฐาน IP68 ป้องกันน้ำและฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
💡 เหมาะสำหรับ: ระบบไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม และงานกลางแจ้ง
เคเบิ้ลแกลนทองเหลืองชุบนิกเกิ้ล
✅ โครงสร้างทำจากทองเหลืองชุบด้วยนิกเกิ้ล ทนต่อสนิมและการกัดกร่อน
✅ ใช้งานง่าย รองรับเกลียวหลายประเภท เช่น PG, NPT, และ M-Thread
✅ มาตรฐาน IP68 ให้การปกป้องสูงสุดในทุกสภาพแวดล้อม
💡 เหมาะสำหรับ: งานติดตั้งสายไฟในอาคาร โรงงาน และพื้นที่ที่ต้องการความทนทาน
สั่งซื้อวันนี้! พร้อมจัดส่งทั่วประเทศในราคาพิเศษ!
เคเบิ้ลแกลนคือ ตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในระบบไฟฟ้าที่ต้องการความทนทานและปลอดภัยในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายดังนี้
ตู้ที่ทำจากสแตนเลส ใช้สำหรับบรรจุอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น เบรกเกอร์, สวิตช์, และระบบควบคุมต่างๆ เพื่อป้องกันอุปกรณ์ไฟฟ้าจากฝุ่น, น้ำ, ความชื้น, และสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เหมาะสำหรับงานภายนอกอาคารหรือในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกัดกร่อน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมและบริเวณที่มีความชื้นสูง
Waterproof Cable Gland คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดจับและป้องกันการรั่วซึมของสายไฟที่ผ่านเข้าสู่ภาชนะหรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยจากน้ำหรือสิ่งสกปรก โดยส่วนใหญ่จะใช้ในงานที่มีสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหรือความชื้นสูง เช่น ระบบไฟฟ้าภายนอกอาคาร หรือในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการสัมผัสน้ำ เช่น เรือ อุตสาหกรรมเคมี หรือโรงงานที่มีการผลิตที่มีความชื้น
กระดูกงูร้อยสายไฟ ใช้ในการป้องกันและจัดระเบียบสายไฟ หรือสายเคเบิล ภายในอาคารหรือพื้นที่อุตสาหกรรม โดยมีโครงสร้างที่เป็นรางที่สามารถวางสายไฟได้อย่างปลอดภัยและสะดวก ช่วยให้การติดตั้งสายไฟเป็นระเบียบและง่ายต่อการบำรุงรักษา
ท่อร้อยสายไฟที่ออกแบบเป็นโครงสร้างคล้ายกระดูกงู มีความยืดหยุ่นสูง ใช้สำหรับปกป้องและจัดเก็บสายไฟหรือสายเคเบิลในระบบไฟฟ้าโดยช่วยป้องกันสายไฟจากการเสียดสี การกระแทก และความเสียหายอื่นๆ เหมาะสำหรับการใช้งานในเครื่องจักรหรือระบบที่มีการเคลื่อนไหว
การวัดขนาดของเคเบิ้ลแกลน (Diameter)
โดยทั่วไปแล้ว ขนาดที่เราต้องพิจารณาในการเลือกเมี 2 ขนาดหลัก คือ
ขั้นตอนการติดตั้งเคเบิ้ลแกลน (Cable Gland)
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบเกลียวของอุปกรณ์ เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ที่จะติดตั้งมีการ ต๊าปเกลียว หรือยัง หากมี ควรตรวจสอบประเภทและขนาดของเกลียว เช่น PG (PG7, PG9, PG21), M (M20, M25, M40) หรือ NPT (NPT1/2”, NPT3/4”) เพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับที่จะใช้
ขั้นตอนที่ 2: วัดขนาดรูเส้นผ่านศูนย์กลาง ใช้เครื่องมือวัด เช่น เวอร์เนียร์หรือไม้บรรทัด วัดขนาดรูเส้นผ่านศูนย์กลางของอุปกรณ์ที่ต้องการติดตั้ง ตรวจสอบว่าขนาดของรูตรงกับที่กำหนดไว้ในเอกสารคู่มือ
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบขนาดสายไฟหรือสายเคเบิ้ล พิจารณาขนาดสายไฟหรือสายเคเบิ้ลที่ต้องการเข้าสาย โดยเปรียบเทียบกับช่วงขนาดที่รองรับ (Cable Range) หากสายเล็กหรือใหญ่เกินไป อาจทำให้ติดตั้งไม่แน่นหนา หรือมีโอกาสเกิดการรั่วซึม
ขั้นตอนที่ 4: ติดตั้งสายเคเบิ้ลและขันเกลียว ใส่สายเคเบิ้ลเข้าไปอย่างระมัดระวัง ป้องกันการฉีกขาดหรือเสียหาย จากนั้นทำการ ขันเกลียวให้แน่น จนรู้สึกว่าสายเคเบิ้ลอยู่ในตำแหน่งที่มั่นคง แต่ระวังอย่าขันแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้สายเสียหาย
เคเบิ้ลแกลนคือการเคลือบด้วยนิกเกิ้ลบน ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันสารเคมีต่างๆ เช่น กรด, ด่าง และสารเคมีในอุตสาหกรรม โดยนิกเกิ้ลสร้างชั้นป้องกันที่แข็งแรงบนผิวทองเหลือง ซึ่งสามารถทนทานต่อการสัมผัสกับสารเคมีที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูงได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการกัดกร่อนจากสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน เช่น น้ำมัน, กรดกำมะถัน, หรือสารเคมีในกระบวนการผลิตต่างๆ การเคลือบนี้ช่วยลดการเกิดสนิมและการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานในสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี นอกจากนี้ยังช่วยรักษาความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าจากการปนเปื้อนของสารเคมีที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของอุปกรณ์
สแตนเลส SUS304 ทนทานกว่าทองเหลืองในหลายด้าน โดยเฉพาะในเรื่องการกัดกร่อนจากสารเคมีและการสัมผัสกับน้ำทะเล สแตนเลส SUS304 มีการผสมโครเมียมและนิเกิล ซึ่งช่วยสร้างฟิล์มป้องกันการกัดกร่อนที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูงหรือมีสารเคมีกัดกร่อนโดยไม่เกิดสนิม ขณะที่ทองเหลืองอาจทนการกัดกร่อนได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อสัมผัสกับสารบางชนิดหรือสภาพแวดล้อมที่รุนแรง อาจเกิดการสึกหรอหรือสนิมได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ สแตนเลสยังทนต่ออุณหภูมิสูงและอุณหภูมิต่ำได้ดีกว่าทองเหลือง จึงเหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความทนทานสูง
เคเบิ้ลแกลนคือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดและป้องกันสายไฟในระบบไฟฟ้า ทำจากสแตนเลสชนิด SUS304 ซึ่งมีคุณสมบัติทนทานต่อการกัดกร่อนและความชื้นได้ดีเยี่ยม สแตนเลส SUS304 มีความแข็งแรงสูงและสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมี
หรืออุณหภูมิสูงได้ดีกว่าทองเหลือง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในอุตสาหกรรมหนักหรือในสภาพแวดล้อมที่มีความรุนแรง การใช้วัสดุสแตนเลสจึงช่วยเพิ่มความทนทานและอายุการใช้งานของเคเบิ้ลแกลนในระยะยาว
ยังมีข้อดีในการต้านทานการกัดกร่อนจากน้ำทะเลและสารเคมีต่างๆ ซึ่งทำให้มันเหมาะสมกับการใช้งานในสภาพแวดล้อมกลางแจ้งหรือในอุตสาหกรรมที่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่มีสารเคมีหรือความชื้นสูง เช่น อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร และการใช้งานในพื้นที่ใกล้ทะเล ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้ Cable gland SUS304 สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานและช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานของระบบไฟฟ้าโดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการกัดกร่อนหรือการเสื่อมสภาพจากสภาพแวดล้อมที่รุนแรง
ส่วนประกอบของ Cable gland stainless 316 เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการยึดและป้องกันสายไฟหรือสายเคเบิลให้แข็งแรง ไม่หลุดลุ่ย และยังช่วยป้องกันน้ำและฝุ่นละอองไม่ให้เข้าไปภายในอุปกรณ์ไฟฟ้าได้อีกด้วย
1. Sealing Nut (ตัวน็อตซีล) หน้าที่: ทำหน้าที่ในการบีบอัดส่วนของซีลและโอริงให้แน่นสนิท เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำและฝุ่นละอองเข้าไปภายใน
2. Plastic Claw (กรงเล็บพลาสติก) หน้าที่: ทำหน้าที่ยึดจับสายไฟหรือสายเคเบิลให้แน่น ไม่ให้หลุดออกเมื่อถูกดึงหรือสั่นสะเทือน
3. NBR Seal (ซีลยาง NBR) หน้าที่: ทำหน้าที่เป็นตัวซีล ป้องกันไม่ให้น้ำและฝุ่นละอองซึมผ่านเข้าไปภายในได้
4. Body (ตัวบอดี้) หน้าที่: เป็นส่วนประกอบหลักที่ทำหน้าที่รองรับส่วนประกอบอื่น ๆ และยึดติดกับอุปกรณ์ไฟฟ้า
5. O-ring (โอริง) หน้าที่: ทำหน้าที่เป็นตัวซีลเพิ่มเติม ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำและฝุ่นละออง
6. Lock Nut (น็อตล็อค) หน้าที่: ทำหน้าที่ยึดตัว Cable Gland ให้ติดแน่นกับอุปกรณ์ไฟฟ้า ไม่ให้หลุดออก
ช้ในการยึดและป้องกันสายไฟหรือสายเคเบิลให้คงที่และปลอดภัยเมื่อผ่านเข้าออกจากกล่องไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ต่างๆ โดยมีหน้าที่หลักในการป้องกันการเสื่อมสภาพของสายไฟจากการเคลื่อนไหวหรือการถูกบีบอัด ทำจากวัสดุต่างๆ เช่น ทองเหลือง, สแตนเลส, และพลาสติก ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและความต้องการใช้งานทองเหลือง ชุบนิกเกิ้ล: เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ที่มีความชื้นหรือสัมผัสกับสารเคมีเล็กน้อยสแตนเลส (SUS304): ทนทานต่อการกัดกร่อนในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงหรือในพื้นที่ที่มีสารเคมีหรือความชื้นสูง พลาสติก: ใช้ในงานที่ต้องการความเบาและทนทานต่อการเสื่อมสภาพจากอากาศหรือแสงแดด
ขนาดของสายเคเบิล:
การเลือกขนาดต้องตรงกับขนาดของสายเคเบิลที่ใช้งาน เพื่อให้การยึดเกาะและการป้องกันสายไฟทำได้อย่างมั่นคง หากขนาดเล็กเกินไปจะไม่สามารถยึดสายไฟได้แน่น หรืออาจทำให้เกิดการเสื่อมสภาพหรือเกิดปัญหาการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า ในขณะที่ขนาดที่ใหญ่เกินไปจะทำให้การติดตั้งไม่กระชับ และเพิ่มความเสี่ยงจากการขยับของสายเคเบิล
เกลียวของเคเบิ้ลแกลน:
มีเกลียวหลากหลายประเภท เช่น เกลียวแบบ M (Metric), เกลียวแบบ NPT (National Pipe Thread) หรือ เกลียว PG (Polygloss) ซึ่งการเลือกเกลียวที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ที่ใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ โดยต้องพิจารณาจากชนิดของท่อหรือระบบที่จะเชื่อมต่อ เช่น
การเลือกวัสดุที่เหมาะสมกับการใช้งาน:
ต้องเลือกที่ทำจากวัสดุที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น ทองเหลืองชุบนิกเกิ้ล สำหรับการใช้งานในที่กลางแจ้งหรือสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เพื่อเพิ่มความทนทานและอายุการใช้งาน
Cable Gland ทั้ง 3 วัสดุ: สแตนเลส, ทองเหลืองชุบนิกเกิล, และพลาสติก โดยสแตนเลส (Stainless Steel) เป็นวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนและการเสื่อมสภาพ เหมาะสำหรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมอาหาร ขณะที่ทองเหลืองชุบนิกเกิล (Nickel Plated Brass) มีความแข็งแรงและทนทานต่อการกัดกร่อน ทำให้เหมาะสำหรับงานไฟฟ้าที่ต้องการความทนทานสูง เช่น ระบบไฟฟ้าทั่วไปและงานที่มีแรงดันไฟฟ้าสูง ส่วนพลาสติก (Plastic) เช่น PA66 หรือ Nylon 6/6 ทนต่อสารเคมีและการกัดกร่อนจากสภาพแวดล้อมภายนอก ใช้งานได้ดีในอุตสาหกรรมทั่วไปที่ไม่สัมผัสกับสารเคมีที่รุนแรง ทั้งสามวัสดุนี้เหมาะกับการเลือกใช้ในงานที่มีความต้องการพิเศษตามสภาพแวดล้อมต่างๆ
อธิบายสรุป เคเบิ้ลแกลนคือ ตัดรัดสายไฟช่วยป้องกันไม่ให้สายไฟเกิดความเสียหายจากการดึงหรือการสั่นสะเทือนโดยการยึดสายไฟให้มั่นคงและป้องกันไม่ให้เกิดการเคลื่อนที่เกินไป ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียดสีหรือการเกิดการขาดของสายไฟ ยังช่วยให้อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือกล่องเชื่อมต่อมีความปลอดภัย เพราะมันป้องกันไม่ให้สายไฟหลุดออกจากตำแหน่งหรือสัมผัสกับส่วนที่อาจทำให้เกิดอันตรายได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้การติดตั้งระบบไฟฟ้ามีความเรียบร้อยและเป็นระเบียบ ซึ่งทำให้การบำรุงรักษาหรือการตรวจสอบสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็ว