
ตู้สแตนเลส 200x300x150 มม.
ตู้สแตนเลส เป็นตู้ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า วงจรควบคุม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก ผลิตจากสแตนเลสเกรด 304 แข็งแรง ทนสนิม และทนต่อการกัดกร่อน สามารถใช้งานทั้งภายในอาคารและกลางแจ้ง ยังมีประตูทึบหรือประตูกระจก พร้อมซีลยางรอบประตูเพื่อป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP55–IP66 รองรับการติดตั้งบนผนังหรือยึดกับโครงเหล็ก และภายในตู้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดเรียงสายไฟและอุปกรณ์ให้เป็นระเบียบ
หมวดหมู่สินค้า
คุณสมบัติกันน้ำของตู้สแตนเลสรุ่นมาตรฐาน
ตู้สแตนเลส ออกแบบให้มี คุณสมบัติกันน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP55–IP66 ซึ่งช่วยปกป้องอุปกรณ์ไฟฟ้าและวงจรภายในจากน้ำฝน ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรก ทำให้สามารถติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้งหรือในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นและความชื้นสูงได้อย่างปลอดภัย IP55: ป้องกันฝุ่นในระดับหนึ่ง และสามารถกันน้ำที่กระเซ็นเข้าตู้จากทุกทิศทาง เหมาะกับพื้นที่ร่มหรือพื้นที่ที่โดนน้ำสาดเล็กน้อย ,IP66: ป้องกันฝุ่นอย่างสมบูรณ์และสามารถกันน้ำจากแรงดันสูง เช่น น้ำฉีดตรงจากสายยาง เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้งหรือสถานที่ฝนตกหนัก
ข้อดีและคุณสมบัติเด่น
ตู้รุ่นนี้มี ตัวเลือกหลังคา 3 แบบ ได้แก่ หลังคามาตรฐาน, หลังคาเชื่อม และหลังคาสโลป ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและพื้นที่ติดตั้ง ทั้งป้องกันน้ำฝนและฝุ่นละออง รวมถึงช่วยให้น้ำไหลลงไม่สะสมบนหลังคา ลดปัญหาการกัดกร่อนและยืดอายุการใช้งานของตู้ ประตูตู้มีให้เลือกทั้งแบบทึบและแบบกระจก พร้อม ซีลยางรอบประตู เพื่อป้องกันฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP55–IP66 ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานมั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในจะปลอดภัย ลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจรและความเสียหายจากความชื้น
- ป้องกันน้ำและฝุ่นสูง – ด้วยมาตรฐาน IP55–IP66 ตู้สามารถกันน้ำจากการสาดหรือแรงดันสูง และป้องกันฝุ่นละอองได้ดี ทำให้เหมาะกับการติดตั้งทั้งในร่มและกลางแจ้ง
- วัสดุสแตนเลส 304 แข็งแรงทนทาน – ตัวตู้ผลิตจากสแตนเลสคุณภาพสูง ป้องกันสนิมและการกัดกร่อน แม้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ชื้นหรือใกล้ทะเล
- ตัวเลือกหลังคาหลากหลาย – มีทั้งหลังคามาตรฐาน หลังคาเชื่อม และหลังคาสโลป เพื่อให้เหมาะกับพื้นที่และสภาพอากาศ เพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งาน
- ติดตั้งง่ายและปลอดภัย – สามารถติดตั้งบนผนัง แขวน หรือยึดกับโครงเหล็กได้อย่างมั่นคง พร้อมระบบล็อกประตูเพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึงอุปกรณ์
- จัดระเบียบอุปกรณ์และสายไฟได้ดี – ภายในตู้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดเรียงอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟ ทำให้ระบบไฟฟ้าเป็นระเบียบ ลดความเสี่ยงความร้อนสะสมและไฟฟ้าลัดวงจร
- เหมาะกับงานอุตสาหกรรมและโครงการทั่วไป – ตู้ขนาดกะทัดรัดนี้ตอบโจทย์งานควบคุมไฟฟ้าขนาดเล็ก งานอุตสาหกรรม หรือการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคารอย่างปลอดภัยและยาวนาน
การสั่งผลิตตู้สแตนเลสสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์วงจรไฟฟ้า
สามารถดำเนินการได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยเริ่มจากการกำหนดขนาดของตู้ เช่น ความกว้าง ความสูง และความลึก ให้เหมาะสมกับจำนวนอุปกรณ์และพื้นที่ติดตั้ง ต่อมาคือการเลือกวัสดุ ซึ่งนิยมใช้สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316 ตามความทนทานที่ต้องการ โดยสแตนเลส 304 เหมาะกับการใช้งานทั่วไป ส่วน 316 เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสูงหรือใกล้ทะเลที่มีไอเกลือ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกแบบประตูทึบหรือประตูกระจกเพื่อให้ตรวจสอบอุปกรณ์ได้ง่าย
ขั้นตอนต่อมาคือการเลือกระบบล็อก เช่น กุญแจเขาควาย กุญแจกดเด้ง หรือกุญแจแบบพิเศษเพื่อเพิ่มความปลอดภัย พร้อมกำหนดตำแหน่งการเจาะช่องร้อยสาย เคเบิ้ลแกลน หรือช่องระบายอากาศตามความจำเป็น หลังจากนั้นจะมีการออกแบบฝาปิดกันฝุ่น กันน้ำ หรือเพิ่มหลังคาเชื่อมเพื่อป้องกันฝนโดยตรง
กระบวนการผลิตจะใช้การตัด ขึ้นรูป และเชื่อมด้วยเทคนิคที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้โครงสร้างแข็งแรงและปิดรอยเชื่อมอย่างเรียบร้อย พร้อมการขัดผิวหรือพ่นเคลือบเพื่อเพิ่มความสวยงามและป้องกันการกัดกร่อน ก่อนส่งมอบจะมีการตรวจสอบคุณภาพทุกจุด ทั้งความแม่นยำของขนาด ความแข็งแรงของบานพับและระบบล็อก
การสั่งผลิตตู้คอนโทรลสแตนเลสสำหรับจัดเก็บอุปกรณ์วงจรไฟฟ้าสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน ทั้งในด้านขนาด วัสดุ ความหนา รูปแบบประตู (ประตูทึบหรือประตูกระจก) และอุปกรณ์เสริม เช่น พัดลมระบายอากาศ แผงยึดอุปกรณ์ หรือช่องร้อยสายไฟ เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะงานและสภาพแวดล้อมที่ติดตั้ง การผลิตจะใช้สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316
นอกจากนี้ ในขั้นตอนการสั่งผลิต ลูกค้าสามารถเลือกการทำสีพิเศษ การเพิ่มระบบล็อกเฉพาะ หรือการติดตั้งซีลยางกันน้ำกันฝุ่น เพื่อให้ได้คุณสมบัติการป้องกันตามมาตรฐาน IP ที่ต้องการ การเชื่อมประกอบจะทำอย่างประณีตและตรวจสอบรอยต่อให้เรียบเนียน ป้องกันการรั่วซึม และเพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างตู้
ผู้ผลิตมักมีการให้คำปรึกษาเบื้องต้น โดยสอบถามความต้องการใช้งานจริง เช่น ขนาดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะติดตั้ง ปริมาณสายไฟที่ต้องร้อยเข้า-ออก รวมถึงสภาพแวดล้อมหน้างาน เพื่อออกแบบตู้ให้ตรงกับการใช้งานสูงสุด การสั่งทำแบบเฉพาะยังช่วยให้การติดตั้งหน้างานง่ายขึ้น ลดการปรับแก้หรือดัดแปลงหน้างานซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนและเวลา
เมื่อออกแบบเรียบร้อย ผู้ผลิตจะทำแบบร่าง (Drawing) ส่งให้ลูกค้ายืนยันก่อนการผลิตจริง เพื่อป้องกันความผิดพลาด หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการตัด เจาะ เชื่อม ขัดผิว และติดตั้งอุปกรณ์เสริมตามที่ระบุไว้ การตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้ายจะทำทั้งด้านโครงสร้าง ความเรียบร้อยของผิวงาน และการทดสอบคุณสมบัติการป้องกันน้ำ-ฝุ่นก่อนส่งมอบ
ภายในตู้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับจัดระเบียบอุปกรณ์และสายไฟ
ภายในตู้สแตนเลสรุ่นมาตรฐาน 200x300x150 มม. มีพื้นที่ออกแบบมาให้เพียงพอสำหรับจัดวางอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟอย่างเป็นระเบียบ การจัดระเบียบนี้ช่วยให้สามารถแยกสายไฟแต่ละวงจรได้ชัดเจน ลดความเสี่ยงการพันกันหรือทับซ้อนของสายไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความร้อนสะสมและไฟฟ้าลัดวงจร นอกจากนี้ การจัดสายไฟอย่างเป็นระบบยังช่วยให้การติดตั้งและบำรุงรักษาทำได้ง่ายขึ้น เมื่อจำเป็นต้องตรวจสอบหรือซ่อมอุปกรณ์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงจุดที่ต้องการได้รวดเร็วโดยไม่รบกวนวงจรอื่น ทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา
ขั้นตอนการเลือกขนาดตู้สแตนเลส
1. ระบุประเภทและปริมาณอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง เริ่มจากการรวบรวมข้อมูลว่าในตู้จะต้องติดตั้งอุปกรณ์อะไรบ้าง เช่น เบรกเกอร์, คอนแทคเตอร์, รีเลย์, PLC, อุปกรณ์สื่อสาร หรือหม้อแปลง พร้อมระบุขนาดและจำนวน เพื่อคำนวณพื้นที่ภายในตู้ได้อย่างแม่นยำ
2. คำนวณพื้นที่ภายใน (Internal Space) ใช้ขนาดจริงของอุปกรณ์บวกเผื่อช่องว่างสำหรับการเดินสายไฟและระบายความร้อน โดยควรเผื่อพื้นที่ว่างอย่างน้อย 20–30% เพื่อรองรับการขยายระบบในอนาคต และหลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์แน่นเกินไป
3. พิจารณาพื้นที่ติดตั้งตู้ ตรวจสอบพื้นที่หน้างานว่าเป็นแบบติดผนัง ตั้งพื้น หรือแขวน และวัดขนาดพื้นที่ที่สามารถติดตั้งได้จริง รวมถึงเผื่อพื้นที่รอบตู้สำหรับการเปิด–ปิดประตูและการบำรุงรักษา
4. คำนึงถึงมาตรฐานการป้องกัน (IP Rating) หากตู้ติดตั้งในพื้นที่กลางแจ้งหรือพื้นที่มีความชื้นสูง ควรเลือกขนาดที่สามารถติดตั้งซีลยางและฝาปิดได้อย่างเหมาะสม เพื่อให้ค่ามาตรฐาน IP (เช่น IP65, IP66) ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
พื้นที่ภายใน ตู้สแตนเลส ยังสามารถติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น แผ่นเพลทสำหรับยึดวงจร, ราง DIN, พัดลมระบายอากาศ หรือช่องร้อยสายเพิ่มเติม เพื่อให้เหมาะกับลักษณะงานและสภาพแวดล้อม ช่วยให้ระบบไฟฟ้ามีความเป็นระเบียบและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การจัดวางอุปกรณ์และสายไฟที่เหมาะสมยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือความร้อนสะสม และทำให้ตู้สามารถใช้งานได้ยาวนานโดยไม่เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ภายใน
ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในให้กว้างขวางและจัดวางอย่างเป็นระบบ ตู้สแตนเลสรุ่นมาตรฐานจึงตอบโจทย์ทั้งงานอุตสาหกรรม งานควบคุมไฟฟ้า และงานติดตั้งทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัยและความเรียบร้อยของระบบไฟฟ้า
การมีพื้นที่เพียงพอยังช่วยให้ การติดตั้งสายไฟและอุปกรณ์ใหม่ทำได้ง่ายขึ้น เมื่อระบบไฟฟ้าขยายหรือต้องการอัปเกรด ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องถอดหรือจัดสายไฟใหม่ทั้งหมด ทำให้ลดความเสี่ยงต่อความผิดพลาดและอุบัติเหตุจากไฟฟ้า
สรุปการใช้งานและการบำรุงรักษา
ตู้สแตนเลสรุ่นมาตรฐานขนาด 200x300x150 มม. โครงสร้างตู้รองรับการติดตั้งทั้งแบบยึดผนัง แขวน หรือใช้โครงเหล็กเสริมความมั่นคง พร้อมระบบล็อกประตูเพื่อความปลอดภัย ลดโอกาสการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตและป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ภายใน เหมาะสำหรับงานอุตสาหกรรม งานควบคุมไฟฟ้า หรือโครงการทั่วไปที่ต้องการความปลอดภัย ความเป็นระเบียบ และความทนทาน ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าในการลงทุน
บทความสินค้า

ตู้สแตนเลสสองชั้น 300x450x150 หลังคาสโลป
ตู้หลังคาสโลปเหมาะกับทุกสภาพแวดล้อม ทั้งในร่มและกลางแจ้ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี ฝนตกชุก, ความชื้นสูง, หรือใกล้ทะเล สแตนเลสเกรด 304 หรือ 316 ช่วยป้องกันสนิมและการกัดกร่อน แม้ติดตั้งในบริเวณที่มีไอเกลือหรือสารเคมีเล็กน้อยก็ยังคงใช้งานได้ยาวนาน

ตู้สแตนเลส 2 บาน 300x450x150 mm.
ฝากระจก (หรืออะคริลิค) มีประโยชน์ด้านการมองเห็นอุปกรณ์ภายในโดยไม่ต้องเปิดตู้ ซึ่งลดความเสี่ยงที่ฝุ่นและน้ำจะเข้ามาตอนเปิดตรวจสอบ นอกจากนี้การเลือกใช้กระจกเทมเปอร์หรืออะคริลิคที่ทนแรงกระแทกยังช่วยเพิ่มความปลอดภัย และสะดวกต่อการตรวจเช็คสถานะอุปกรณ์หรือหน้าจอแสดงผลโดยไม่รบกวนการทำงานของระบบ

ตู้สแตนเลสประตูทึบ 280x350x150 mm.
ผลิตตู้สแตนเลสจากวัสดุสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316L ซึ่งมีความแข็งแรง ทนทาน และต้านทานการกัดกร่อนจากความชื้นและสารเคมีได้ดี เหมาะสำหรับใช้งานทั้งในอาคารและกลางแจ้ง ประตูทึบถูกออกแบบให้ปิดสนิท มาพร้อมซีลยางกันน้ำตามมาตรฐาน IP55–IP66

ตู้สแตนเลสปิดทึบ 300x450x150 mm.
บานประตูผลิตจากสแตนเลสเกรด 304 หรือ 316 หนา 1.5–2 มม. มีซีลยางรอบขอบเพื่อป้องกันน้ำและฝุ่น บานประตูติดตั้งบานพับและกลอนล็อกคุณภาพสูง ทำให้เปิด–ปิดง่ายและมั่นคง สามารถปรับแต่งตามความต้องการ เช่น ติดตั้งมือจับ ล็อกเพิ่มเติม หรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ


